เงินเยนผันผวนหนัก   no comments


นายแบงก์คนไหนมีเส้นสาย มีความรู้ความเข้าใจระบบของธนาคารแห่งประเทศไทยดี ก็จะมีความได้เปรียบกระทั่งเกิดการฉวยโอกาสนำเข้าเงินดอลล์ที่มีอัตราดอกเบี้ยถูก ๆ มาปล่อยเป็นเงินกู้ราคาแพงที่เป็นเงินบาท โดยไม่ต้องคำนึงถึงอัตราเสี่ยงของค่าเงินบาทต่อดอลล์ ซึ่งไทยเรายังไม่มีระบบกำกับ แต่รัฐบาลไทยยุคนั้นได้จำนนต่อแรงกดดันให้ประเทศไทยต้องเปิดตลาด “การเงินการลงทุนเสรี” ลบล้างการคอร์รัปชั่นในระบบบัญชีสถาบันการเงินการธนาคารของไทย ที่กำลังเป่าฟองสบู่ให้กับโครงการอสังหาริมทรัพย์อย่างเมามัน

ส่วนเงินดอลล์ที่บรรดาลูกบ้านไปเอามา ก็ถูกเก็บเข้าบัญชีทุนสำรองจนกลายเป็นไส้ติ่งอักเสบและไส้แตก ต้องเปิดแผลให้ไอเอ็มเอฟช่วยผ่าตัดเย็บแผลให้

ทุกวันนี้ ทั้งระบบอัตราแลกเปลี่ยนสำหรับเงินสกุลบาท มีระบบตรวจสอบกำกับที่เคร่งครัดกว่าแต่ก่อนมาก และสถาบันการเงินต่างก็รับรู้ถึงความเสี่ยงในอัตราแลกเปลี่ยน ทำให้ระมัดระวัง ไม่เห็นแก่ได้จนเกินงาม

ส่วนธนาคารแห่งประเทศไทยมีหน้าที่หลัก คือการรักษาเสถียรภาพของค่าเงินบาทในไทยให้อยู่ในภาวะเฟ้อแต่พอดี


โดย ฝั่งรัฐมนตรีคลังและประธานคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทยนั้น เห็นว่าทางแบงก์ชาติควรจะลดอัตราดอกเบี้ยลง เพื่อลดกระแสเงินดอลลาร์จากต่างประเทศที่ไหลเข้ามาเก็งกำไรจากส่วนต่างของ อัตราดอกเบี้ย

คล้าย ๆ สมัยที่ธนาคารแห่งประเทศไทยยังใช้นโยบายอัตราแลกเปลี่ยนชนิดยึดติดตายตัวกับ เงินดอลลาร์ ธนาคารแห่งประเทศไทยจะเป็นผู้กำกับสวิตช์ปิด-เปิดแบบไม่ให้ใครรู้ รวมทั้งระดับทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ ปริมาณธนบัตรที่จะพิมพ์เพิ่มใหม่
ไม่ได้มีหน้าที่ใช้ค่าเงินบาทต่อเงินสกุลต่างประเทศไปช่วยแก้ปัญหาให้กับผู้ส่งออกหรือนำเข้า ซึ่งเป็นหน้าที่หลักของกระทรวงการคลังและพาณิชย์มากกว่า

หันไปมองค่าเงินเยนต่อดอลล์ของสหรัฐและต่อยูโรดอลล์ในยามนี้ คล้าย ๆ กับว่าจะมีสถานการณ์อย่างเดียวกับความพยายามกำหนดค่าเงินบาทต่อดอลล์ของไทย

ทั้ง ๆ ที่เป็นไปได้ว่า เป็นเพราะภาคเอกชนของญี่ปุ่นเป็นผู้เทขายเงินดอลล์ที่ตุนไว้สู่ตลาดที่ตนลงทุนไว้ ขณะที่รัฐบาลตั้งเป้าเงินเฟ้อ (ในประเทศ) เพิ่ม ด้วยการเติมเงินเยนเข้าสู่ระบบ และเป็นผลให้ค่าเงินเยนต่อดอลล์อ่อนตัวลง ไม่ใช่ตั้งเป้าลดค่าเงินเยนต่อดอลล์เป็นหลัก ซึ่งที่ประชุมรัฐมนตรีคลัง G-7 ที่กรุงวอชิงตัน ออกแถลงการณ์พาดพิงถึง ว่าไม่ได้เห็นด้วยให้รัฐบาลญี่ปุ่น

กระทำการดังว่า จนค่าเงินเยนต่อดอลลาร์อ่อนตัวไปกันใหญ่

เป็นแถลงการณ์โดยละเอียดที่ออกตามหลังแถลงการณ์รอบแรกที่ระบุว่า ที่ประชุมสนับสนุนความพยายามของประเทศสมาชิกที่แก้ไขปัญหาการชะงักทางเศรษฐกิจและภาวะเงินฝืดด้วยกลไกเศรษฐกิจในประเทศ

เพราะหาไม่แล้ว มันอาจกลายเป็นสงครามค่าเงินที่นานาประเทศแข่งกันลดค่าเงินสกุลตัวเอง และอาจทำลายระบบเศรษฐกิจการเงินของโลกกระทบถึงรัฐบาลทั่วโลก รวมถึงไทยด้วย