Archive for the ‘ธุรกิจแฟรนไชส์’ Category

การพัฒนาทักษะการเล่นบาคาร่า   no comments

ฌ็อง เปลี่ยน การออกเสียง ของ นามสกุลของเขาหลังจาก การสนทนากับ นักบินอวกาศ ในคาสิโนเที่ยวบิน ไปยัง ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ วิทยาลัย เขาย้ายไป หลังจาก ที่เข้าร่วมวิทยาลัย ทั้งหมด ชาย เป็นเวลาสองปีฌ็อง ไม่ได้ทันที มีแรงบันดาลใจ ที่จะเป็น นักแสดง ตลก เขาเติบโต เคราในวิทยาลัย และตั้งใจ ที่จะเป็น นักแสดง อย่างจริงจัง เพื่อน และ ผู้สมรู้ร่วม ของเขา เอมี่ Sedaris เรียกเขาว่า ” ทนไม่ได้ ” ในช่วงเวลานี้ มันเป็น Sedaris ผู้ช่วย ที่จะโน้มน้าว ให้เขาเข้าร่วม Second City แม้ว่ามันจะ ยังคงเป็น คู่ มากขึ้นปีก่อนที่เขา ให้ขึ้น แรงบันดาลใจ ของการเป็น นักแสดง อย่างจริงจัง

แอร์ไลน์เที่ยวบิน 212 ไมล์ ชน สามและครึ่งจากบาคาร่าออนไลน์ รันเวย์ ในเซาท์แคโรไลนา, สตีเฟ่น ฌ็อง ฆ่า พ่อ และสองของ สิบเอ็ด พี่น้อง ของเขา นักบินได้รับการ มีส่วนร่วม ในการอภิปราย ปิดหัวข้อ ( เกี่ยวกับ ” A- rabs ” การ ทั่วประเทศ ของเรา) การสนทนา อ้อมค้อม นักบินได้รับการ มีส่วนร่วมใน ความผิดพลาด ก่อนที่จะนำไปสู่ความ จริงกฎ FAA ใหม่หมัน นักบิน กฎ ที่ ห้ามไม่ให้ นักบิน จาก การมีส่วนร่วม ในกิจกรรม ที่ไม่จำเป็น ในระหว่างขั้นตอน ที่สำคัญของ การบิน
การตายของพ่อ และ พี่ชายสองคน ของเขานำ สตีเฟ่น ฌ็อง กับชนิดของการแยก ทางสังคม ที่เขา ค้นพบ และมังกร และลอร์ด ออฟเดอะริง ซึ่งเขา มีความรู้ เกี่ยวกับสารานุกรม ในความเป็นจริง เขารู้ว่า โทลคีน ของเขา ให้ดีว่า ใน การเข้าชม ชุดของ ฮอบบิทเขาโยน ลงไปใน การประกวด เรื่องไม่สำคัญ กับ หนังเรื่องนี้ผู้เชี่ยวชาญ โทลคีน และ ได้รับรางวัลบาคาร่า

ความนิยมในการลงทุนในคาสิโนออนไลน์   no comments

ใน เดือนกันยายน เอกสารที่ รั่วไหลออกมา มารยาทของ นาย Snowden แสดงให้เห็นว่า เอ็นเอสเอ ได้มีการลงทุน หลายล้านดอลลาร์ เพื่อให้สามารถ ถอดรหัส ” จำนวนมาก ” ของข้อมูล ที่มีความปลอดภัย ควรจะ ดำเนินการ ที่ สายลับ ที่ อังกฤษ GCHQ เรียกว่า “ก้าวร้าว multipronged ความพยายาม ที่จะทำลายการ ใช้กันอย่างแพร่หลาย เทคโนโลยี การเข้ารหัส อินเทอร์เน็ต . ” จากนั้น ในเดือนธันวาคม เอกสาร เพิ่มเติม Snowden แสดงให้เห็นว่า อาร์เอส ซึ่งเป็น บริษัท เอกชนที่ ถือเป็น วัตถุดิบ ของอุตสาหกรรมการ รักษาความปลอดภัยคอมพิวเตอร์ได้ เข้ามา แอบ เข้ามาใน$ 10,000,000 สัญญากับ เอ็นเอสเอ ที่จะสร้างรัฐบาลที่ เป็นมิตร” ลับๆ ” ใน ของ ผลิตภัณฑ์

เพราะ ความพยายามของ เอ็นเอสเอ คล๊าร์ค กล่าวว่าในระหว่าง การแข่งขัน วันจันทร์ ” ความไว้วางใจ ใน การเข้ารหัสได้รับการ กัดเซาะ อย่างมาก . ”

“มาตรฐาน การเข้ารหัสที่ จำเป็นต้องได้รับ ความไว้วางใจ ” เขา กล่าวว่าตาม นิตยสาร Infosecurity “รัฐบาล สหรัฐมี ที่จะได้รับ ออกจากธุรกิจ ของ ร่วมเพศรอบกับ มาตรฐาน การเข้ารหัส . ”

“เราจำเป็นต้อง สร้าง ความไว้วางใจ ใน การเข้ารหัส คาสิโนออนไลน์นั้นเรา จะต้องมี รัฐบาลสหรัฐ บังคับทาง บางส่วนใน การสร้างความมั่นใจ นี้เกิดขึ้น ” เขากล่าวว่า

เมื่อ คลาร์กและ สี่ ผู้เชี่ยวชาญด้าน โอบามา ได้รับการแต่งตั้งบาคาร่า อื่น ๆ ชั่งน้ำหนักใน โปรแกรมเอ็นเอสเอ สำหรับ รายงาน ที่ปล่อยออกมา ในเดือนธันวาคม กลุ่มที่ กล่าวว่าพวกเขา ” ไม่ได้ตระหนักถึง ความเสี่ยง ที่สร้างขึ้น โดยรัฐบาลสหรัฐ ใน ซอฟต์แวร์เชิงพาณิชย์ ที่มีอยู่ โดยทั่วไป ที่ทำให้ ผู้ใช้ ที่มีความเสี่ยง ของ แฮกเกอร์ หรือ รัฐบาลต่างประเทศ ถอดรหัส ข้อมูลของพวกเขา นอกจากนี้ยัง ปรากฏว่า ในส่วนใหญ่ ของ ที่ใช้ โดยทั่วไป ซอฟต์แวร์การเข้ารหัส ที่มีจำหน่ายทั่วไป ไม่มี ช่องโหว่ หรือ ‘ ลับๆ ‘ ที่ทำให้มัน เป็นไปได้สำหรับ รัฐบาลสหรัฐ หรือ คนอื่นที่จะ ให้เกิดการเข้าถึง ไม่ได้รับอนุญาต . ”

เป็น ส่วนหนึ่ง ของคำแนะนำ ของกลุ่ม ที่พวกเขา แนะนำว่า เอ็นเอสเอ ” ไม่ วิศวกร ช่องโหว่ ใน ขั้นตอนวิธี การเข้ารหัส ที่ ป้องกัน การค้าโลก ” และ ” ไม่ต้องการ การเปลี่ยนแปลงใน ผลิตภัณฑ์ใด ๆ โดยผู้ขาย ใด ๆ เพื่อวัตถุประสงค์ในการ ลอบทำลาย การรักษาความปลอดภัย หรือ ความสมบูรณ์ ของผลิตภัณฑ์หรือ เพื่อความสะดวก การเก็บ ความลับ ของ เอ็นเอสเอ ของ ข้อมูล โดยผู้ใช้ ของผลิตภัณฑ์ . ”

คลาร์ก , 63, ทำหน้าที่เป็น ที่ปรึกษาด้าน ต่อต้านการก่อการร้ายของประธานาธิบดี บิล คลินตัน ใน ปี 1990และช่วย ต่อมา ทายาทของ นาย บุช เป็นที่ปรึกษา พิเศษใน โลกไซเบอร์ สำหรับการบริหาร ที่ ผ่าน 2003 ส่วนใหญ่ เมื่อเร็ว ๆ นี้ แม้ว่า คล๊าร์ค ได้รับมอบหมายให้แผง ห้าคน ประกอบโดย ปธน โอ บามา ในช่วงปลายคาสิโน ปีที่ผ่านมา ที่ได้รับ มอบหมาย ในการประเมิน การดำเนินงานของเอ็นเอสเอ ในท่ามกลาง ของการรั่วไหล อย่างต่อเนื่องและ ไม่เคย สร้างความเสียหาย เปิดเผยโดย ผู้รับเหมา ปัญญา อดีต เอ็ดเวิร์ด Snowden ในเดือนธันวาคม กลุ่มที่ แนะนำ 46 การเปลี่ยนแปลง การบริหารงานของ โอบามา ที่จะต้องพิจารณา ใน การสั่งซื้อ บังเหียน ใน หน่วยงาน สืบความลับ

พูด ในระหว่างการประชุม วันจันทร์ แต่ คลาร์ก เปิดขึ้น เกี่ยวกับคาสิโนออนไลน์บางส่วน ของข้อเสนอแนะ ส่วนบุคคลมากขึ้น ที่เขามีต่อ เอ็นเอสเอ และแม้แต่ ความเข้าใจ เกี่ยวกับสิ่งที่ ในอนาคตอาจจะมี ในร้านสำหรับ หน่วยงานที่ ถ้า พวกเขายังคง ที่จะเก็บรวบรวม ข้อมูลจาก ดูเหมือนว่า ทุกมุมของ บาง โลก

“ในแง่ ของการเก็บรวบรวม ข่าวกรอง พวกเขาจะดี มาก. ไกล ดีกว่า ที่คุณสามารถจินตนาการ ” คลาร์ก กล่าวว่า “แต่พวกเขา ได้สร้างขึ้น กับการเจริญเติบโตของ เทคโนโลยี ที่มีศักยภาพสำหรับ รัฐตำรวจ”.

“ถ้า คุณไม่ได้ เฉพาะ หน่วยงาน ที่โทรศัพท์ ข้อบกพร่อง ที่เกิด ข้อผิดพลาด ไปยังโทรศัพท์” เขากล่าวเสริม ตามที่ บล็อกของ เทค เป้าหมาย การค้นหา การรักษาความปลอดภัย ” เอ็นเอสเอเป็นองค์กรที่ เหมือน ค้อนและทุกอย่าง ดูเหมือน เล็บ. ”

แม้ว่า เอ็นเอสเอ ตาชั่ง กลับ ดำเนิน การเจาะ ดังกล่าวในอนาคต คาสิโนออนไลน์เป็น ปธน โอบามา เสนอแนะ และข้อ จำกัด ที่เป้าหมาย ของสหรัฐและ วิธีการที่ คล๊าร์ค กล่าวว่าในระหว่าง ที่อยู่ วันจันทร์ ที่ อีกประเภทหนึ่ง ของการรบกวน ได้รับการสนับสนุน โดยหน่วยงาน – มีผลต่อการ ย่อยสลาย และ จงใจ มาตรฐาน การเข้ารหัส – ไม่จำเป็นต้อง ได้รับการ คัดลอก

ตั้งแต่ เดือนมิถุนายน ที่ รั่วไหล Snowden ได้ สัมผัส อาร์เรย์ของ การดำเนินงานของ เอ็นเอสเอ แอบแฝง ก่อนหน้านี้ รวมถึงโปรแกรม ที่ทำให้ อีเมล ของ ผู้นำต่างประเทศ และข้อมูลที่ เกี่ยวข้องกับ โทรศัพท์มือถือ นับล้าน ของชาวอเมริกันที่ อยู่ในมือของ รัฐบาลสหรัฐ ตามที่ คล๊าร์ค แต่ การจัดการ ของมาตรฐาน การเข้ารหัสเอ็นเอสเอ – ตามที่ เปิดเผยโดย Snowden – มี ผลกระทบ ร้ายแรง

ตามดูธุรกิจหนังไทย   no comments

เมื่อ พูดถึงพลอตเรื่องและความแปลกใหม่ของต้มยำกุ้งกันแล้ว น่าสนใจว่าภาคสองที่ทุ่มงบประมาณการสร้างไปกว่า 600 ล้านบาท จะสามารถเอาตัวรอดในตลาดหนังเมืองไทยได้ดีเพียงใด เมื่อเข้าไปอยู่บนโปรแกรมของโรงภาพยนตร์ในวันที่ 26 ตุลาคมที่จะถึงนี้

“หนัง แอ็กชั่นแนวศิลปะการต่อสู้ของไทยมันมีกำแพงที่ผู้สร้างจะต้องฝ่าไปให้ได้ นั่นคือความแปลกใหม่ ถ้าหนังไม่อาจทำให้คนดูรู้สึกแบบนั้นได้โอกาสเจ๊งก็สูง เพราะการทำหนังมวยไทยไม่ได้หมายความว่าคนไทยจะต้องเข้ามาดูทุกคนนะ มันอารมณ์แตกต่างจากหนังท่านมุ้ยที่หลายคนมองว่าเป็นหนังประจำชาติที่ต้องดู ดังนั้นถ้าหนังแอ็กชั่นทำไม่ได้ก็มีตัวอย่างให้เห็นหลายเรื่องแล้วที่ไม่มี คนดู ไม่มีคนรู้จัก”

แม้ ว่าปรัชญาจะเคลมต้มยำกุ้งภาคสองว่าเต็มไปด้วยความแปลกใหม่ก็ตาม แต่ความคาดหวังเรื่องตัวเลขรายได้ในภาคนี้ของตลาดไทยกลับไม่สวยหรูอย่างที่ คิด เพราะเขาหวังเพียงแค่ครึ่งเดียวของทุนสร้างเท่านั้น ส่วนที่เหลือไปลุ้นเอากับตลาดต่างประเทศแทน

“คิด ว่ายังไงก็คงไม่ขาดทุนเมื่อปิดการขายแล้ว แต่คงจะได้กำไรไม่มากอย่างที่คิดไว้ เพราะรู้ ๆ กันอยู่ว่าสภาพเศรษฐกิจทั่วโลกเป็นยังไง ตรงนี้ก็มีผลต่อตลาดหนังเหมือนกัน แต่เรื่องปัญหาที่เกี่ยวข้องกับจา (พนม) คงไม่กระทบกับเรื่องแน่นอน เพราะส่วนตัวเชื่อมันในหนังเรื่องนี้ว่ามีเสน่ห์พอที่จะยังคงดึงดูดคนอยู่ แม้จะมีปัญหาเรื่องปลีกย่อยไปบ้างก็ตาม”

ปรัชญา เปรยทิ้งท้ายเอาไว้อีกว่า ปัญหาของจา-พนมที่เกิดขึ้นกับทางค่ายหนัง หากจัดการไม่ลงตัวคงจะส่งผลกระทบจริง ๆ ก็ตอนคิดจะทำ “ต้มยำกุ้ง 3″ ในอนาคต เพราะหากตัดสินใจทำขึ้นมาจริง ๆ ก็คงจะต้องรีบูตหนังไปเลย

“ต้ม ยำกุ้งมันต่างจากสไปเดอร์แมนที่จะเอาใครมาใส่ชุดคนก็ยังดู เพราะต้มยำกุ้งถูกผูกติดไว้ที่หน้าของจาไปแล้ว แต่ถ้ามันต่อไปติดกันจริง ๆ ส่วนตัวก็อยากจะลองรีบูตเรื่องนี้ดูเหมือนกันนะ มันน่าจะเป็นอะไรที่ท้าทายดีเหมือนกัน”

 

แต่ ล่าสุดในปี 2556 การเดินทางมาถึงโรงภาพยนตร์แบบทุลักทุเลเต็มไปด้วยปัญหามากมายของหนังบู๊ ศิลปะการต่อสู้ภาคต่ออย่าง “ต้มยำกุ้ง 2″ ที่ได้ทีมงานและนักแสดงนำจากเมื่อ 7 ปีก่อนอย่าง “จา-พนม ยีรัมย์” กับ “หม่ำ ม๊กจ๊ก” กลับมาผนึกกำลังร่วมงานกันอีกครั้ง พร้อมทุนการสร้างที่อัพเกรดขึ้นมากว่า 5 เท่า ได้ ทำให้หลายคนเริ่มจับตามองด้วยความคาดหวังอันหนักอึ้งว่า หนังเรื่องนี้น่าจะสามารถปลุกกระแสหนังบู๊สายศิลปะการต่อสู้ของไทยให้กลับมา รุ่งเรืองอีกครั้ง
จุดนี้ปรัชญาเน้นย้ำแบบขีดเส้นใต้หนา ๆ ว่า สำคัญยิ่งกว่า “บทหนัง” ที่หนังแนวทางอื่น ๆ ล้วนให้น้ำหนักเป็นอันดับหนึ่งเสียด้วยซ้ำไป

“ผม ยอมรับว่าต้มยำกุ้งภาคแรกเป็นหนังที่มีบทอ่อนมากจริง ๆ แต่ด้วยความที่ฉากแอ็กชั่นในหนังมันสนุก มีความสดใหม่ของท่วงท่าศิลปะการต่อสู้ จนกล้าพูดเลยว่ามันเป็นหนังที่มีฉากแอ็กชั่นโคตรดีที่ใครเห็นใครก็ชม จึงทำให้หนังมันขายได้ เพราะคนที่เข้ามาดูหนังบู๊เกือบทั้งหมดต้องการความสนุกสะใจแบบเต็มที่”

อย่าง ไรก็ตาม ผู้กำกับต้มยำกุ้งยอมรับว่า เสียดายไม่น้อย ที่บทภาคแรก “ไม่ดี” เพราะต่อให้เป็นหนังบู๊แอ็กชั่นล้างผลาญชนิดระเบิดภูเขาเผากระท่อมแค่ไหนก็ จำเป็นต้องคุมบทให้ อยู่หมัด ดูดีมีมิติกว่าที่เคยทำเอาไว้เมื่อ 7 ปีก่อน ทำให้ภาคสองในปีนี้จึงเน้นให้ความสำคัญมิติลุ่มลึกของตัวบทมากขึ้น ชนิดที่ว่าไม่ด้อยไปกว่าการระดมไอเดียกับ “พันนา ฤทธิไกร” และจา พนม คิดค้นท่าทางการต่อสู้เลยทีเดียว

การ ได้ตัว “เอกสิทธิ์ ไทยรัตน์” ที่เคยฝากผลงานเอาไว้จาก 13 เกมสยอง, สี่แพร่ง (ตอน ยันต์สั่งตาย), หลุดสี่หลุด และทองสุก 13 มารับหน้าที่เขียนบทในภาคสอง น่าจะทำให้แฟนหนังต้มยำกุ้งและคนที่ค่อนแคะตัวบทในภาคก่อนสบายใจกันได้ไม่ มากก็น้อย

“ตอน แรกเราคิดกันว่าจะไม่พูดกันถึงเรื่องช้างแล้วนะ เพราะเราไม่อยากโดนล้ออีกแล้วว่า “ช้างกูอยู่ไหน ?” แต่พอเสียเวลาคิดพลอตอื่น ๆ ไปได้สักระยะจึงพบว่า ไม่สามารถเลี่ยงได้

จริง ๆ เพราะแคแร็กเตอร์ตัวละครในต้มยำกุ้งมีผูกพันกับช้างอย่างแข็งแรง อีกอย่างในปัจจุบันปัญหาช้างไทยมันก็ยังไม่จบ เราอยู่ในจุดที่สามารถช่วยให้ข้อมูลในการเปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีต่อช้างของ คนได้ ดังนั้นจึงสรุปกันว่ายังไงก็ต้องกลับมาพูดเรื่องช้างกันอยู่ดี ต่อให้โดนค่อนแคะก็ตาม (หัวเราะ)”

ป.ป.ช.มีมติส่งแนวทางป้องกันการทุจริตโครงการจัดการน้ำ 3.5 แสนลบ.ให้รัฐบาล   no comments

นายกล้านรงค์ จันทิก กรรมการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แถลงถึงแนวทางและมาตรการของ ป.ป.ช. ในการป้องกันการทุจริตโครงการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน และระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศไทย วงเงิน 3.5 แสนล้านบาทว่า ที่ประชุม ป.ป.ช. มีมติเอกฉันท์เห็นชอบตามข้อเสนอแนะของอนุกรรมการมาตรการป้องกันการทุจริต ในการส่งข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณามาตรการป้องกันการ ทุจริตและความเสียหายของทางราชการในการดำเนินโครงการดังกล่าวโดยอาศัยอำนาจ ตามมาตรา 19 (11) แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542

 

เนื่องจาก ป.ป.ช.พิจารณาแล้วเห็นว่าโครงการดังกล่าวมีการใช้งบประมาณจำนวนมาก และมีจุดเสี่ยงหลายจุด พร้อมยืนยันมติ ป.ป.ช.ครั้งนี้ ไม่เกี่ยวกับการประชุมผู้นำน้ำโลกที่จังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงไม่ได้เป็นการกล่าวหารัฐบาลว่าอาจมีการทุจริต แต่เพื่อให้มีการปรับปรุงการใช้งบประมาณให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพตามกฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา 19(11) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรัฐบาลว่าจะพิจารณาอย่างไร

 

“การเสนอแนะมาตรการการป้องกันทุจริตให้รัฐบาลเพราะมีความห่วงใยและไม่ได้ขัดขวางโครงการ แต่ต้องการให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จ มีความโปร่งใส ส่วนรัฐบาลจะนำไปปฏิบัติหรือไม่ ป.ป.ช.ไม่มีอำนาจ เป็นหน้าที่ของรัฐบาลจะพิจารณา” นายกล้านรงค์กล่าว

 

ด้านนาย พรายพล คุ้มทรัพย์ อดีตอาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า การดำเนินโครงการออกแบบก่อสร้างระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของรัฐบาลมี ลักษณะที่เร่งรีบและรวบรัดเมื่อเทียบกับการดำเนินโครงการตามปกติการคัดเลือก ผู้รับจ้าง หรือการแข่งขันของบริษัทที่ยื่นข้อเสนอมีไม่มากเท่าที่ควร

 

อีกทั้งการจ้างเหมายังเป็นการจ้างเหมาแบบเบ็ดเสร็จในรูปแบบdesign build เป็นการกำหนดให้ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบทั้งการออกแบบและก่อสร้างในแต่ละโมดูล การรวมงานที่มีลักษณะที่หลากหลาย ดำเนินการในพื้นที่หลายแห่ง และที่ต้องใช้เงินเป็นจำนวนมาก ให้มาอยู่ในสัญญาเดียวกัน มีแนวโน้มทำให้การตรวจรับงาน การควบคุมงาน และการเบิกจ่ายมีความยุ่งยากมากขึ้น ผู้ว่าจ้างจำเป็นต้องมีบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ และมีความซื่อสัตย์อย่างสูง หากทางราชการไม่สามารถรองรับงานเหล่านี้ได้เป็นอย่างดีและมีประสิทธิภาพ ก็จะเป็นช่องทางให้เกิดการทุจริตได้

 

ดัวยเหตุนี้จึงได้มีข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาลเพื่อพิจารณาให้หน่วยงานที่เกี่ยงข้องพิจารณาดังนี้คือ ในการพิจารณาคัดเลือกผู้รับจ้าง ควรกำหนดหลักเกณฑ์การคัดเลือกให้ชัดขึ้นเพื่อให้การคัดเลือกเป็นไปด้วยความโปร่งใส

 

ส่วนการทำสัญญาจ้างไม่ควรรวมงานที่มีความหลากหลายทั้งในแง่ของลักษณะงานและในด้านพื้นที่ก่อสร้างไว้ในสัญญาเดียวกัน ควรแสกสัญญาเพื่อกระจายความเสี่ยงด้านการบริหารจัดการ และการกำกับโครงการและตรวจรับงาน ควรมอบหมายหน่วยงานราชการที่มีภารกิจเกี่ยวข้องโดยตรงเป็นผู้รับผิดชอบ มีกลไกตรวจสอบงานแบบ check and balance เพื่อป้องกันการทุจริต รวมทั้งควรให้เครือข่ายภาคเอกชนต่อต้านการคอรัปชั่นได้เข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบการดำเนินโครงการ

 

วานนี้นายเมธีครองแก้ว ประธานคณะอนุกรรมการมาตรการป้องกันการทุจริต ได้สรุปแนวทางและมาตรการป้องกันการทุจริตโครงการลงทุนระบบบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย 3.5 แสนล้านบาทของรัฐบาล โดยหนังสือสรุปแนวทางและมาตรการป้องกันดังกล่าวมีประมาณ 10 หน้า ชี้จุดเสี่ยง 7-8 จุด ตั้งแต่เริ่มโครงการ การเลือกผู้รับเหมาก่อสร้าง ซึ่งจุดใหญ่จะมีเรื่องความเสียหายที่มาจากความไม่พร้อมในเรื่องของที่ดิน กรรมสิทธิ์ที่ดิน

คมความคิดจากรัฐบาลญี่ปุ่น   no comments

ใน ขณะที่ นายไพสิฐ ตัณฑุลพงษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายแผนงานพัฒนาโรงไฟฟ้า กฟผ. กล่าวว่า ตามแผนการพัฒนาโรงไฟฟ้าถ่านหินในประเทศของ กฟผ.นั้น เทคโนโลยีไม่แตกต่างจากที่ญี่ปุ่นใช้ แต่การสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินนั้นจะต้องอยู่ในพื้นที่ใกล้แหล่งน้ำ เช่น ทะเล เพราะต้องใช้น้ำมากในกระบวนการหล่อเย็น ฉะนั้น จะต้องมีระบบขนถ่ายถ่านหินที่เหมาะสม มีระบบสายส่งรองรับ จึงเป็นเหตุผลที่ กฟผ.มีพิ้นที่เป้าหมาย คือ จังหวัดกระบี่ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ลงพื้นที่และซื้อที่ดินเพื่อพัฒนาโรงไฟฟ้าแล้ว

“การ สร้างโรงงานไฟฟ้าถ่านหินในไทยมีข้อกังวลเรื่องสิ่งแวดล้อม แต่ในการศึกษาทุกโครงการของ กฟผ.มีการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมเรียบร้อยที่มั่นใจได้ว่า กฟผ.จะดูแลโรงไฟฟ้าให้มีผลกระทบน้อยที่สุด”

นายฮิโรมิ ซาซากิบาระ ผู้จัดการทั่วไปและผู้จัดการกลุ่มปฏิบัติการฝ่ายธุรกิจนานาชาติ บริษัทจูบุ อิเลคทริค พาวเวอร์ กล่าวว่า เหตุผลของการเลือกพัฒนาโรงไฟฟ้าถ่านหินนั้น เพราะไม่ต้องการพึ่งพาเชื้อเพลิงใดเป็นหลัก รวมถึงเมื่อเปรียบเทียบต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน เทียบกับน้ำมันนั้นมีราคาถูกกว่าการใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงถึง 3 เท่า หรือมีต้นทุนที่เทียบเท่ากับการผลิตไฟฟ้าจากนิวเคลียร์

ในขณะเดียว กัน มีข้อเสียคือต้องมีมาตรการต่อสิ่งแวดล้อมที่มากกว่าการใช้น้ำมัน ต้องควบคุมมอนิเตอร์ตรวจสอบค่า NOX และ SOX ไม่ให้เกินค่าที่กฎหมายกำหนด

“ก่อน ที่จะก่อสร้างใช้เวลาทำความเข้าใจกับประชาชถึง 15 ปี บริษัทเลือกใช้เทคโนโลยีใหม่ ใช้งบฯติดตั้งระบบกำจัดมลพิษและดูแลสิ่งแวดล้อมถึง 25% ของมูลค่าการลงทุนทั้งหมด กำหนดให้ต้องมีพื้นที่สีเขียว 25% ทีมงาน

ต้อง นำอุบัติเหตุหรือความผิดพลาดเดิมมาศึกษาวิจัย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดอีก รวมถึงญี่ปุ่นจะไม่มีการตั้งกองทุนเพื่อชุมชน แต่ใช้วิธีชดเชยให้ชุมชนในรูปแบของภาษี”

นายฮิโรมิให้ข้อมูลถึง กฎหมายญี่ปุ่นที่กำหนดว่า การจะสร้างโรงไฟฟ้าในพื้นที่ไหนรัฐบาลต้องมีงบประมาณลงมาในพื้นที่นั้นเพื่อ เยียวยาผลกระทบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงไฟฟ้าเฮกินัน รัฐบาลกลางของญี่ปุ่นให้งบประมาณแก่เมืองเฮกินันและเมืองใกล้เคียงจำนวน 5 พันล้านเยน และบริษัทผู้พัฒนาโรงงานไฟฟ้าต้องจ่ายภาษีสินทรัพย์คงที่แก่ท้องถิ่นปีละ 2-5 พันล้านเยน ซึ่งประชาชนในพื้นที่ทั้งหมดเห็นตรงกันว่าให้นำไปสร้างโรงพยาบาล

Written by admin on September 9th, 2013

Tagged with , ,

หุ้นไทยร่วงหนัก ลดพอร์ตลงทุนด่วน   no comments

รัฐวิสาหกิจนำส่งรายได้สูงกว่าประมาณการ 9,518 ล้านบาท หรือร้อยละ 77.1 จากการนำส่งเงินปันผลของ บมจ.ปตท. เป็นสำคัญ ส่งผลให้ในช่วง 7 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2556 (ตุลาคม 2555–เมษายน 2556) รัฐบาลจัดเก็บรายได้สุทธิ 1,105,397 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมาย 104,426 ล้านบาท หรือร้อยละ 10.4 เป็นผลจากการจัดเก็บรายได้ของ 3 กรมจัดเก็บภาษีสังกัดกระทรวงการคลังที่สูงกว่าเป้าหมาย 67,081 ล้านบาท หรือร้อยละ 6.2 โดยมีสาเหตุสำคัญจากภาษีรถยนต์ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และภาษีมูลค่าเพิ่มจัดเก็บได้สูงกว่าเป้าหมาย สะท้อนถึงอุปสงค์ภายในประเทศและรายได้ภาคครัวเรือนที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ การจัดเก็บรายได้ของหน่วยงานอื่นและการนำส่งรายได้รัฐวิสาหกิจสูงกว่าเป้า หมาย 41,854 ล้านบาท และ 15,295 ล้านบาท หรือร้อยละ 71.4 และร้อยละ 26.7 ตามลำดับ ทั้งนี้ นายสมชัยฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า “จากภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับมาตรการสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจของรัฐบาล ส่งผลให้ในปีงบประมาณ 2556 รัฐบาลจะสามารถจัดเก็บรายได้ตามเป้าหมายที่ 2.1 ล้านล้านบาท แม้ว่าจะมีปัจจัยเสี่ยงจากค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นซึ่งจะส่งผลต่อ การจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลบ้างก็ตาม” โดยมีรายละเอียดดังนี้

 

1.เดือนเมษายน 2556 รัฐบาลจัดเก็บรายได้สุทธิ 127,581 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 10,585 ล้านบาท หรือร้อยละ 9.0 (ต่ำกว่าเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 9.1) โดยภาษีที่จัดเก็บได้สูงกว่าประมาณการที่สำคัญ ได้แก่ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจัดเก็บได้สูงกว่าประมาณการ 3,728 ล้านบาท หรือร้อยละ 13.9 สาเหตุหลักมาจากรายได้ภาคครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นจากการขยายตัวของภาวะ เศรษฐกิจในประเทศ ภาษีรถยนต์จัดเก็บได้สูงกว่าประมาณการ 3,434 ล้านบาท หรือร้อยละ 33.2 สืบเนื่องจากโครงการรถยนต์ใหม่คันแรกเป็นสำคัญ นอกจากนี้ รัฐวิสาหกิจนำส่งรายได้สูงกว่าประมาณการ 9,518 ล้านบาท หรือร้อยละ 77.1 เนื่องจาก บมจ.ปตท.นำส่งเงินปันผลประจำปี 2555 จำนวน 11,679 ล้านบาท จากที่ประมาณการว่าจะนำส่งในเดือนพฤษภาคม 2556 อย่างไรก็ดี ภาษีที่จัดเก็บได้ต่ำกว่าประมาณการที่สำคัญ ได้แก่ ภาษีน้ำมันและภาษีสุราจัดเก็บได้ต่ำกว่าประมาณการ 1,290 ล้านบาท และ 1,226 ล้านบาท หรือร้อยละ 19.0 และร้อยละ 21.6 ตามลำดับ ทั้งนี้ ในเดือนนี้มีการจัดสรรภาษีมูลค่าเพิ่มให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตาม พ.ร.บ.กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจฯ ของปีงบประมาณ 2556 จำนวน 4 งวด เป็นเงิน 32,385 ล้านบาท ในขณะที่เดือนเดียวกันปีก่อนมีการจัดสรรเพียง 1 งวด ส่งผลให้รายได้สุทธิของรัฐบาลต่ำกว่าเดือนเดียวกันปีที่แล้ว 12,751 ล้านบาท หรือร้อยละ 9.1

 

2.ในช่วง 7 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2556 (ตุลาคม 2555–เมษายน 2556) รัฐบาลจัดเก็บรายได้สุทธิ 1,105,397 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมาย 104,426 ล้านบาท หรือร้อยละ 10.4 (สูงกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 16.2) เป็นผลจากการจัดเก็บรายได้ของ 3 กรมจัดเก็บภาษีสังกัดกระทรวงการคลังที่สูงกว่าเป้าหมาย 67,081 ล้านบาท หรือร้อยละ 6.2 นอกจากนี้ การจัดเก็บรายได้ของหน่วยงานอื่นและการนำส่งรายได้รัฐวิสาหกิจที่สูงกว่า เป้าหมาย 41,854 ล้านบาท และ 15,295 ล้านบาท หรือร้อยละ 71.4 และร้อยละ 26.7 ตามลำดับ อย่างไรก็ดี การคืนภาษีของกรมสรรพากรสูงกว่าประมาณการ 18,542 ล้านบาท

ปัญหาด้านเครือข่ายมือถือ   no comments

ส่วนเรื่องค่าบริการย้ายค่ายเบอร์เดิมหรือคงสิทธิเลขหมาย (นัมเบอร์พอร์ทิบิลิตี้) ในวันที่ 21 พ.ค. นี้ ทางสำนักงานจะเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม(กทค.) พิจารณาลดราคา จาก 99 บาท เหลือ 39 บาท ซึ่งเตรียมเสนอคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) อนุมัติวันที่21 พ.ค.

และ เมื่อครบ 2 เดือนหลังจาก กทค. อนุมัติ หากยังมีปริมาณการใช้บริการเป็นจำนวนมากจะมีการพิจารณาลดราคาลงเหลือ 29 บาท  นอกจากนี้ยังได้กำชับให้เคลียร์ริ่งเฮ้าส์ขยายประสิทธิภาพในการให้บริการ เพิ่มจาก 40,000 เลขหมายต่อวัน เป็น 300,000 เลขหมายต่อวันด้วย

โดยนายฐากร ตัณฑสิทธิ์  เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยหลังจากหารือกับผู้ประกอบการ 3G ที่ได้รับใบอนุญาตใช้คลื่นความถี่ 2.1GHz ว่า โอเปอเรเตอร์ทั้ง 3 ราย ได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด(AWN) บริษัท ดีแทค เนทเวอร์ค จำกัด (DTN) และบริษัท เรียลฟิวเจอร์ จำกัด ยินดีจะลดราคาค่าบริการรายเดือนที่มีอยู่เดิม ลง15% ทุกแพคเก็จ

โดย AWN จะเริ่มลดราคาตั้งแต่ 21 พ.ค. นี้  ส่วนเรียลฟิวเจอร์จะเริ่มในเดือน มิ.ย. ขณะที่ DTN จะเริ่มลดราคาเมื่อได้เปิดให้บริการ 3G บนคลื่น 2.1GHz อย่างเป็นทางการ

“แพคเกจที่ลดราคา ไม่ได้จำกัดว่า จะต้องเป็นแพคเก็จ 3G บนคลื่น 2.1GHz เท่านั้น  แต่จะลดให้ลูกค้าปัจจุบันโดยอัตโนมัติ  เช่น แพคเกจ 399 บาท จะลดลงเหลือ 340 บาท เป็นต้น และจะให้ราคานี้เป็นราคากลางในการกำหนดค่าบริการในระบบ 3G ใหม่ด้วย  ซึ่ง กสทช. กำลังตรวจสอบแพคเก็จแต่ละรายว่าได้ลดราคาละ 15% จริงหรือไม่”

 

 

หุ้นเหวี่ยงตัวผันผวนหวังจบข่าวดีงบ Q1 แต่ได้แรงซื้อต่างชาติพยุงดัชนี   no comments

สำหรับแนวโน้มตลาดหุ้นไทยในช่วงสัปดาห์หน้า (20-23 พ.ค.) ประเมินว่าดัชนียังมีโอกาสผันผันมากขึ้น จากแนวโน้มการปรับเพิ่มขึ้นที่เริ่มจำกัดลงหลังจากปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อ เนื่องก่อนหน้านี้ แต่มีความเสี่ยงที่ดัชนีจะปรับลงในอัตราที่สูงกว่า เนื่องจากบรรยากาศการลงทุนยังขาดปัจจัยสนับสนุนใหม่ ๆ พร้อมทั้นักลงทุนยังหลายปัจจัยที่สร้างความกังวลต่อการลงทุนทั้งปัจจัยต่าง ประเทศ ได้แก่ การหยุดดำเนินมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) รวมทั้งปัญหาเศรษฐกิจยุโรปและปัจจัยการเมืองในประเทศที่เริ่มในสัปดาห์หน้า จะเริ่มกลับมาสร้างความกังวลในประเด็น พ.ร.บ.ปรองดองฯ

กลยุทธ์การลง ทุนแนะนำทยอยขายเมื่อดัชนีดีดตัวขึ้นไปที่บริเวณแนวต้าน ให้แนวรับที่ 1,600 จุด แนวรับถัดไปที่ 1,580 จุด แนวต้านที่ 1,650 จุด

ตลาดหุ้นเคลื่อนไหวผันผวนเหวี่ยงบวกและลบ หลังหมดข่าวดีงบ บจ.Q1/56 แต่ยังได้แรงซื้อต่างชาติประคอง หุ้นสัปดาห์หน้าผันผวนเสี่ยงลงมากกว่าขึ้น ให้แนวรับ 1,600 จุด แนวรับถัดไป 1,580 จุด แนวต้าน 1,650 จุด

นางสาวธีรดา ชาญยิ่งยงค์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นวันที่ 17 พฤษภาคม ภาพการเคลื่อนไหวดัชนีแกว่งตัวในลักษณะผันผวน ทั้งในแดนบวกและลบ โดยในช่วงการซื้อขายระหว่างวันดัชนีปรับตัวขึ้นไปยืนเหนือที่ระดับ 1,630 จุดอีกครั้งซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่า 20 ปี โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติที่กลับเข้ามาลงทุน แต่ยังมีแรงขายของนักลงทุนออกมาหลังจากหมดข่าวดีของผลประกอบการไตรมาส 1/56 ที่ประกาศผลการดำเนินงานครบแล้ว

 

 

ราคาเงินเฟ้อยังคงเพิ่มมากขึ้น   no comments

 

นายชัยฤทธิ์ วศินสมบัติ นายกสมาคมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์คอนกรีตไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า แนวโน้มความต้องการใช้วัสดุก่อสร้างสำหรับโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐและการลงทุนพัฒนาโครงการของผู้ประกอบการเอกชนในช่วงที่ผ่านมา ทำให้สินค้าวัสดุหลักอย่างน้อย 4 รายการ นำโดยปูนซีเมนต์ ลวดอัดแรง หิน ทราย ทยอยขอปรับราคา โดยปรับขึ้นราคาไปแล้วประมาณ 10%

ปูนซีเมนต์จุดพลุขึ้นราคา

เริ่มจากสินค้าปูนซีเมนต์เป็นตัวจุดประกาย โดยทางผู้ผลิตเกือบทุกรายได้ขอปรับราคาขายเพิ่มรอบแรกเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา จากราคา 2,000 บาท/ตัน เพิ่ม 200 บาทเป็น 2,200 บาท/ตัน และจะขอปรับราคาอีกรอบในเดือนพฤษภาคมนี้ โดยจะเพิ่มอีก 200 บาท/ตัน ถ้าหากปรับได้ตามที่แจ้งมาเท่ากับปูนซีเมนต์จะมีราคา 2,400 บาท/ตัน

“ปูนเป็นสินค้าควบคุม แต่ราคาเพดานของกรมการค้าภายในตันละ 2,590 บาท ทุกวันนี้ยังต่ำกว่าราคาควบคุม ดังนั้นวิธีการขึ้นราคาปูนก็คือดึงส่วนลดที่ให้เอเย่นต์กลับคืนไป ทำให้ราคาขยับเข้าไปใกล้ราคาควบคุมมากขึ้น”

นายชัยฤทธิ์กล่าวว่า ผลกระทบจากปูนขึ้นราคา ทำให้วัสดุก่อสร้างเกี่ยวเนื่องอื่น ๆ อีก 3 รายการทยอยปรับราคาตาม ได้แก่

1) ลวดอัดแรง เพิ่มจาก 32,000 บาท/ตันเป็น 33,000 บาท/ตัน เนื่องจากปัจจุบันมีผู้ผลิตเพียงรายเดียวในประเทศไทย ทำให้สินค้ามีไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด

ลวด-หิน-ทรายขยับตาม

2) หิน วัตถุดิบในกระบวนการผลิตคอนกรีตและเสาเข็มเริ่มขาดแคลนอย่างหนัก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะดีมานด์สูงแต่โรงโม่เริ่มผลิตไม่ทัน ปัจจุบันราคาขายเพิ่มขึ้น 10-15% แล้วแต่ช่วง โดยราคาขายเพิ่มขึ้นจากตันละ 220 บาท เป็น 250 บาท

3) ทราย เริ่มขาดแคลนตั้งแต่น้ำท่วมปลายปี 2554 เป็นต้นมา ทำให้ผู้ขายปรับราคาขึ้นจาก 200 บาท/ตัน เป็น 220 บาท/ตัน

“สถานการณ์วัสดุก่อสร้างในขณะนี้คือดีมานด์ซัพพลายไม่สมดุล ทำให้ผู้ผลิตถือโอกาสปรับราคาเพิ่ม และกระทบต่อธุรกิจปลายน้ำคือรับเหมาก่อสร้าง ทำให้ต้นทุนเพิ่มอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะต้องเผชิญกับปัญหาวัสดุก่อสร้างขาดแคลนและมีราคาแพง”

นายชัยฤทธ์กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับคอนกรีตผสมและเสาเข็ม เมื่อต้นทุนสูงขึ้นจึงจำเป็นต้องปรับราคาเพิ่มสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงในรูปแบบการดึงส่วนลดจากลูกค้าคืนเช่นกัน โดยธุรกิจคอนกรีตผสมเสร็จมีการดึงส่วนลดกลับประมาณ 10% จากที่เคยให้ส่วนลด 30-50% ของราคาตั้งขาย ขณะที่ธุรกิจเสาเข็มมีการดึงส่วนลดกลับ 10-15%

เอเย่นต์แบยอดขายลดลง

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ กรรมการผู้จัดการบริษัทในเครือวงษ์พิทักษ์ ตัวแทนจำหน่ายปูนตราลูกโลก และวัสดุก่อสร้างรายใหญ่ในภาคตะวันตก 8 จังหวัด กล่าวว่า เมื่อวันที่ 5 เมษายนที่ผ่านมา ผู้ผลิตปูนซีเมนต์เกือบทุกรายได้แจ้งซัพพลาย เออร์ขอดึงส่วนลดราคาขายหน้าโรงงานเพิ่มเป็น 200 บาท/ตัน และจะขอปรับราคาอีกภายในเดือนพฤษภาคมนี้ 200 บาท/ตัน หรือ 10 บาท/ถุง แต่การดึงส่วนลดในครั้งที่ 2 ยังไม่สามารถทำได้ เนื่องจากการขึ้นราคารอบแรกทำให้ยอดขายตกลงมา หากขึ้นอีกระลอกเชื่อว่าจะทำให้ผู้บริโภคไม่สามารถรับไหวอย่างแน่นอน

นายอัครเดชกล่าวด้วยว่า ยอดจำหน่ายปูนถุงหรือปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ในช่วงที่ผ่านมาลดลง 10-15% เป็นผลมาจากผู้รับเหมาและผู้บริโภคนิยมหันไปใช้คอนกรีตผสมเสร็จเพิ่มมากขึ้น เพื่อแก้ปัญหาแรงงานขาดแคลน ส่งผลให้ตลาดคอนกรีตผสมเสร็จเติบโตไม่ต่ำกว่า 30% ในขณะนี้

ราคาเหล็กยังไม่ฟื้นตัว

ด้านนายเสนอ ตระกูลสุข กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตระกูลสุขค้าวัสดุก่อสร้าง จำกัด เอเย่นต์รายใหญ่ย่านกรุงเทพฯ ตะวันออก กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงสถานการณ์เหล็กเส้นในขณะนี้ว่า ราคาโดยรวมถือว่าไม่ได้ฟื้นตัวตามวัสดุประเภทอื่น ๆ ตรงกันข้าม มีความเป็นไปได้สูงที่ราคาขายในประเทศจะปรับตัวลดลงได้อีก จากราคาเหล็กเส้นมาตรฐาน 19,500 บาท/ตัน ลดลงจากช่วงต้นปี 500 บาท จากเดิมที่มีราคาขาย 21,000 บาท/ตัน

คาดว่ามาจากหลายปัจจัย 1) ความต้องการใช้เหล็กในตลาดโลกยังทรงตัว 2) เงินบาทแข็งค่า เป็นตัวกดดันไม่ให้สามารถปรับราคาขายขึ้นได้ เพราะบริษัทผู้รับเหมาชะลอการสั่งซื้อเนื่องจากมองว่าราคาเหล็กโดยรวมน่าจะปรับตัวลดลงอีก

“งานก่อสร้างในประเทศเยอะมาก แต่ราคาเหล็กไม่ขยับเลย ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาถือเป็นช่วงตกต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์วงการเหล็กก่อสร้างไทย ต้องประเมินสถานการณ์อีกครั้งในช่วงเดือนมิถุนายน”

นายเสนอกล่าวเพิ่มเติมว่า ตัวแปรที่อาจจะส่งผลกระทบต่อวงการเหล็กในประเทศคือการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) เพราะจะทำให้สินค้าจากมาเลเซียและอินโดนีเซียเข้ามาตีตลาดในประเทศ ขณะเดียวกันเวียดนามเองก็กำลังมีการก่อสร้างโรงงานถลุงเหล็กขนาดใหญ่ นอกจากนี้ทาง สปป.ลาวอยู่ระหว่างศึกษาเปิดโรงงานถลุงแร่เหล็กและถ่านหินโดยเป็นการลงทุนจากจีนอีกด้วย

ศาลฟ้องคดีเงินกู้   no comments

นอก จากนี้ ศาลยังมีมติ 5 ต่อ 4 รับคำร้องการแก้ไขรัฐธรรมนุญมาตรา 68 ที่นายวรินทร์ เทียมจรัส ขอให้ศาลวินิจฉัยรับไว้พิจารณาด้วย แต่คำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 190 ซึ่งเป็นอีกคำร้องของนายวรินทร์ นั้น ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติไม่รับคำร้อง ส.ส. 134 คน ที่ยื่นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรให้ศาลวินิจฉัยสมาชิกภาพการเป็น ส.ส. ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 106 (5) ประกอบมาตรา 102 (6) หรือไม่ หลังจากกระทรวงกลาโหมได้มีคำสั่งปลดร.ต.อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ออกจากนายทหารกองหนุน โดยที่ประชุมมีมติรับคำร้องด้วยคะแนน 7 ต่อ 2 โดย 2 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่ไม่รับคำร้องคือนายนุรักษ์ มาประณีต และนายชัช ชลวร โดยให้เหตุผลว่า คดีดังกล่าวยังไม่เป็นข้อยุติ และหลังจากนี้จะให้ผู้ถูกร้องส่งคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนด หรือประมาณ 15 วัน

 

ส่วนกรณีที่นายบวร ยสินทร และคณะขอให้ศาลวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 68 ว่า ประธานรัฐสภาที่ 1 กับพวก 315 คน ดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 190 ซึ่งมีหลักการที่จำกัดสิทธิ และการมีส่วนร่วมของประชาชน ริดรอนพระราชอำนาจในการมีพระบรมราชวินิจฉัย และมีผลนำไปสู่การล้มล้างการปกครอง หรือได้มาซึ่งอำนาจการปกครองประเทศ โดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนั้น ศาลเห็นว่าการแก้ไขมาตรา 190 เป็นคนละกรณีกับการแก้มาตรา 68 จึงไม่มีมูลที่จะฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญมาตรา 68 จึงมีมติไม่รับคำร้อง