Archive for the ‘หุ้นเด็ด’ Category

ความนิยมในการลงทุนในคาสิโนออนไลน์   no comments

ใน เดือนกันยายน เอกสารที่ รั่วไหลออกมา มารยาทของ นาย Snowden แสดงให้เห็นว่า เอ็นเอสเอ ได้มีการลงทุน หลายล้านดอลลาร์ เพื่อให้สามารถ ถอดรหัส ” จำนวนมาก ” ของข้อมูล ที่มีความปลอดภัย ควรจะ ดำเนินการ ที่ สายลับ ที่ อังกฤษ GCHQ เรียกว่า “ก้าวร้าว multipronged ความพยายาม ที่จะทำลายการ ใช้กันอย่างแพร่หลาย เทคโนโลยี การเข้ารหัส อินเทอร์เน็ต . ” จากนั้น ในเดือนธันวาคม เอกสาร เพิ่มเติม Snowden แสดงให้เห็นว่า อาร์เอส ซึ่งเป็น บริษัท เอกชนที่ ถือเป็น วัตถุดิบ ของอุตสาหกรรมการ รักษาความปลอดภัยคอมพิวเตอร์ได้ เข้ามา แอบ เข้ามาใน$ 10,000,000 สัญญากับ เอ็นเอสเอ ที่จะสร้างรัฐบาลที่ เป็นมิตร” ลับๆ ” ใน ของ ผลิตภัณฑ์

เพราะ ความพยายามของ เอ็นเอสเอ คล๊าร์ค กล่าวว่าในระหว่าง การแข่งขัน วันจันทร์ ” ความไว้วางใจ ใน การเข้ารหัสได้รับการ กัดเซาะ อย่างมาก . ”

“มาตรฐาน การเข้ารหัสที่ จำเป็นต้องได้รับ ความไว้วางใจ ” เขา กล่าวว่าตาม นิตยสาร Infosecurity “รัฐบาล สหรัฐมี ที่จะได้รับ ออกจากธุรกิจ ของ ร่วมเพศรอบกับ มาตรฐาน การเข้ารหัส . ”

“เราจำเป็นต้อง สร้าง ความไว้วางใจ ใน การเข้ารหัส คาสิโนออนไลน์นั้นเรา จะต้องมี รัฐบาลสหรัฐ บังคับทาง บางส่วนใน การสร้างความมั่นใจ นี้เกิดขึ้น ” เขากล่าวว่า

เมื่อ คลาร์กและ สี่ ผู้เชี่ยวชาญด้าน โอบามา ได้รับการแต่งตั้งบาคาร่า อื่น ๆ ชั่งน้ำหนักใน โปรแกรมเอ็นเอสเอ สำหรับ รายงาน ที่ปล่อยออกมา ในเดือนธันวาคม กลุ่มที่ กล่าวว่าพวกเขา ” ไม่ได้ตระหนักถึง ความเสี่ยง ที่สร้างขึ้น โดยรัฐบาลสหรัฐ ใน ซอฟต์แวร์เชิงพาณิชย์ ที่มีอยู่ โดยทั่วไป ที่ทำให้ ผู้ใช้ ที่มีความเสี่ยง ของ แฮกเกอร์ หรือ รัฐบาลต่างประเทศ ถอดรหัส ข้อมูลของพวกเขา นอกจากนี้ยัง ปรากฏว่า ในส่วนใหญ่ ของ ที่ใช้ โดยทั่วไป ซอฟต์แวร์การเข้ารหัส ที่มีจำหน่ายทั่วไป ไม่มี ช่องโหว่ หรือ ‘ ลับๆ ‘ ที่ทำให้มัน เป็นไปได้สำหรับ รัฐบาลสหรัฐ หรือ คนอื่นที่จะ ให้เกิดการเข้าถึง ไม่ได้รับอนุญาต . ”

เป็น ส่วนหนึ่ง ของคำแนะนำ ของกลุ่ม ที่พวกเขา แนะนำว่า เอ็นเอสเอ ” ไม่ วิศวกร ช่องโหว่ ใน ขั้นตอนวิธี การเข้ารหัส ที่ ป้องกัน การค้าโลก ” และ ” ไม่ต้องการ การเปลี่ยนแปลงใน ผลิตภัณฑ์ใด ๆ โดยผู้ขาย ใด ๆ เพื่อวัตถุประสงค์ในการ ลอบทำลาย การรักษาความปลอดภัย หรือ ความสมบูรณ์ ของผลิตภัณฑ์หรือ เพื่อความสะดวก การเก็บ ความลับ ของ เอ็นเอสเอ ของ ข้อมูล โดยผู้ใช้ ของผลิตภัณฑ์ . ”

คลาร์ก , 63, ทำหน้าที่เป็น ที่ปรึกษาด้าน ต่อต้านการก่อการร้ายของประธานาธิบดี บิล คลินตัน ใน ปี 1990และช่วย ต่อมา ทายาทของ นาย บุช เป็นที่ปรึกษา พิเศษใน โลกไซเบอร์ สำหรับการบริหาร ที่ ผ่าน 2003 ส่วนใหญ่ เมื่อเร็ว ๆ นี้ แม้ว่า คล๊าร์ค ได้รับมอบหมายให้แผง ห้าคน ประกอบโดย ปธน โอ บามา ในช่วงปลายคาสิโน ปีที่ผ่านมา ที่ได้รับ มอบหมาย ในการประเมิน การดำเนินงานของเอ็นเอสเอ ในท่ามกลาง ของการรั่วไหล อย่างต่อเนื่องและ ไม่เคย สร้างความเสียหาย เปิดเผยโดย ผู้รับเหมา ปัญญา อดีต เอ็ดเวิร์ด Snowden ในเดือนธันวาคม กลุ่มที่ แนะนำ 46 การเปลี่ยนแปลง การบริหารงานของ โอบามา ที่จะต้องพิจารณา ใน การสั่งซื้อ บังเหียน ใน หน่วยงาน สืบความลับ

พูด ในระหว่างการประชุม วันจันทร์ แต่ คลาร์ก เปิดขึ้น เกี่ยวกับคาสิโนออนไลน์บางส่วน ของข้อเสนอแนะ ส่วนบุคคลมากขึ้น ที่เขามีต่อ เอ็นเอสเอ และแม้แต่ ความเข้าใจ เกี่ยวกับสิ่งที่ ในอนาคตอาจจะมี ในร้านสำหรับ หน่วยงานที่ ถ้า พวกเขายังคง ที่จะเก็บรวบรวม ข้อมูลจาก ดูเหมือนว่า ทุกมุมของ บาง โลก

“ในแง่ ของการเก็บรวบรวม ข่าวกรอง พวกเขาจะดี มาก. ไกล ดีกว่า ที่คุณสามารถจินตนาการ ” คลาร์ก กล่าวว่า “แต่พวกเขา ได้สร้างขึ้น กับการเจริญเติบโตของ เทคโนโลยี ที่มีศักยภาพสำหรับ รัฐตำรวจ”.

“ถ้า คุณไม่ได้ เฉพาะ หน่วยงาน ที่โทรศัพท์ ข้อบกพร่อง ที่เกิด ข้อผิดพลาด ไปยังโทรศัพท์” เขากล่าวเสริม ตามที่ บล็อกของ เทค เป้าหมาย การค้นหา การรักษาความปลอดภัย ” เอ็นเอสเอเป็นองค์กรที่ เหมือน ค้อนและทุกอย่าง ดูเหมือน เล็บ. ”

แม้ว่า เอ็นเอสเอ ตาชั่ง กลับ ดำเนิน การเจาะ ดังกล่าวในอนาคต คาสิโนออนไลน์เป็น ปธน โอบามา เสนอแนะ และข้อ จำกัด ที่เป้าหมาย ของสหรัฐและ วิธีการที่ คล๊าร์ค กล่าวว่าในระหว่าง ที่อยู่ วันจันทร์ ที่ อีกประเภทหนึ่ง ของการรบกวน ได้รับการสนับสนุน โดยหน่วยงาน – มีผลต่อการ ย่อยสลาย และ จงใจ มาตรฐาน การเข้ารหัส – ไม่จำเป็นต้อง ได้รับการ คัดลอก

ตั้งแต่ เดือนมิถุนายน ที่ รั่วไหล Snowden ได้ สัมผัส อาร์เรย์ของ การดำเนินงานของ เอ็นเอสเอ แอบแฝง ก่อนหน้านี้ รวมถึงโปรแกรม ที่ทำให้ อีเมล ของ ผู้นำต่างประเทศ และข้อมูลที่ เกี่ยวข้องกับ โทรศัพท์มือถือ นับล้าน ของชาวอเมริกันที่ อยู่ในมือของ รัฐบาลสหรัฐ ตามที่ คล๊าร์ค แต่ การจัดการ ของมาตรฐาน การเข้ารหัสเอ็นเอสเอ – ตามที่ เปิดเผยโดย Snowden – มี ผลกระทบ ร้ายแรง

แผนการตลาดในเครือเซนทรัล   no comments

ทั้ง นี้หลังการปรับโฉมศูนย์การค้าจิวเวลรี่ เทรดเซ็นเตอร์ ไม่เพียงการปรับพื้นที่ 2.2 หมื่น ตร.ม.ใหม่ แบ่งเป็นพื้นที่ 45% สำหรับแฟชั่นเอาต์เลต 45% เป็นสินค้าจิวเวลรี่ และอีก 10% เป็นพื้นที่ของอาร์ตแกลเลอรี่ ซึ่งบางส่วนของอาร์ตแกลเลอรี่จะต้องย้ายไปเปิดที่บ้านสีลม นอกจากนี้ได้ปรับโลโก้และเปลี่ยนชื่อจากจิวเวลรี่ เทรดเซ็นเตอร์ เป็น “จี ที ซี” เพื่อเป็นการสร้างแบรนด์ใหม่และสร้างการรับรู้ใหม่สำหรับรองรับการเป็น จิวเวลรี่ช็อปปิ้งแอนด์อาร์ตเซ็นเตอร์ และคาดว่าการเปิดตัวของโซนแฟชั่นและปรับพื้นที่ใหม่นี้จะสามารถเพิ่มทราฟฟิก ลูกค้าจาก 5,000 คนต่อวัน เป็น 30,000 คนต่อวัน

ซึ่ง ในส่วนของโซนจิวเวลรี่มีร้านค้าอยู่ 300 ร้าน และเตรียมขยายเฟส 2 เพิ่มเติมอีก 300 ร้าน โดยจะพัฒนาในพื้นที่ของศูนย์การค้าในอนาคตที่ยังมีที่ดินเหลืออีก 3 ไร่ เช่นเดียวกับมีแผนขยายตลาดสู่อาเซียน 10 ประเทศ โดยมองว่าประเทศพม่า จีน และอินโดนีเซีย เป็นประเทศในกลุ่มที่มีโอกาส รวมถึงประเทศนอกอาเซียนอย่าง จีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ภายใต้งบประมาณไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท ภายใน 5 ปีจากนี้

อย่าง ไรก็ดีด้วยทำเลที่ตั้งที่มีศักยภาพซึ่งแวดล้อมไปด้วยสำนักงานออฟฟิศและที่ พักอาศัยคอนโดมิเนียมของกลุ่มลูกค้าทั้งคนไทยและต่างชาติ จึงตัดสินใจปรับโฉมศูนย์การค้าใหม่และได้ปรับพื้นที่ใหม่ ด้วยการเปิดเป็นแฟชั่นเอาต์เลตใจกลางเมืองแห่งแรกในเมืองไทย โดยได้ดึงซัพพลายเออร์นำแบรนด์แฟชั่นกว่า 500 แบรนด์ เข้ามาเปิดภายใต้คอนเซ็ปต์ “บางกอก แฟชั่น เอาต์เลต” มาลดราคา 30-90 % ตลอดทั้งปี

พร้อม กันนี้ได้เตรียมจัดเซลโปรโมชั่นหมุนเวียนดีไซเนอร์แบรนด์ต่าง ๆ มาจัดอีเวนต์ลดราคาภายในศูนย์หมุนเวียนกันต่อเนื่องเพื่อสร้างสีสัน โดยตั้งเป้ากลุ่มลูกค้าชาวไทย 60% และต่างชาติ 40% ด้วยชูจุดเด่นของทำเลที่ตั้งและการมีแม็กเนตแฟชั่นเอาต์เลตใจกลางสีลมที่ เดินทางสะดวก ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นปัจจัยทำให้เอาต์เลตแห่งนี้ประสบความสำเร็จ หลังจากนั้นมีแผนที่จะขยายบางกอก แฟชั่น เอาต์เลตไปยังทำเลต่าง ๆ ที่มีศักยภาพและตอบโจทย์ตลาด ซึ่งสำหรับการลงทุนเอาต์เลตในอนาคตคาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 200-300 ล้านบาท สำหรับพื้นที่ประมาณ 10,000 ตร.ม.

“นัก ท่องเที่ยวต่างชาติส่วนใหญ่มาที่กรุงเทพฯกันเยอะ แต่ยังไม่มีเอาต์เลตรองรับการช็อปปิ้ง และยังไม่มีใครทำอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งบางกอก แฟชั่น เอาต์เลต ถือเป็นเอาต์เลตแห่งแรกของเซ็นทรัล รีเทล สำหรับการต่อยอดธุรกิจก็ต้องดูกระแสตอบรับจากลูกค้า เราอาจจะขยายสาขาไปในใจกลางเมืองต่างจังหวัด เพราะคิดว่าในแต่ละทำเลซิตี้เอาต์เลตควรจะมี 1-2 แห่งก็เพียงพอแล้ว”

ป.ป.ช.มีมติส่งแนวทางป้องกันการทุจริตโครงการจัดการน้ำ 3.5 แสนลบ.ให้รัฐบาล   no comments

นายกล้านรงค์ จันทิก กรรมการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แถลงถึงแนวทางและมาตรการของ ป.ป.ช. ในการป้องกันการทุจริตโครงการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน และระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศไทย วงเงิน 3.5 แสนล้านบาทว่า ที่ประชุม ป.ป.ช. มีมติเอกฉันท์เห็นชอบตามข้อเสนอแนะของอนุกรรมการมาตรการป้องกันการทุจริต ในการส่งข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณามาตรการป้องกันการ ทุจริตและความเสียหายของทางราชการในการดำเนินโครงการดังกล่าวโดยอาศัยอำนาจ ตามมาตรา 19 (11) แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542

 

เนื่องจาก ป.ป.ช.พิจารณาแล้วเห็นว่าโครงการดังกล่าวมีการใช้งบประมาณจำนวนมาก และมีจุดเสี่ยงหลายจุด พร้อมยืนยันมติ ป.ป.ช.ครั้งนี้ ไม่เกี่ยวกับการประชุมผู้นำน้ำโลกที่จังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงไม่ได้เป็นการกล่าวหารัฐบาลว่าอาจมีการทุจริต แต่เพื่อให้มีการปรับปรุงการใช้งบประมาณให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพตามกฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา 19(11) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรัฐบาลว่าจะพิจารณาอย่างไร

 

“การเสนอแนะมาตรการการป้องกันทุจริตให้รัฐบาลเพราะมีความห่วงใยและไม่ได้ขัดขวางโครงการ แต่ต้องการให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จ มีความโปร่งใส ส่วนรัฐบาลจะนำไปปฏิบัติหรือไม่ ป.ป.ช.ไม่มีอำนาจ เป็นหน้าที่ของรัฐบาลจะพิจารณา” นายกล้านรงค์กล่าว

 

ด้านนาย พรายพล คุ้มทรัพย์ อดีตอาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า การดำเนินโครงการออกแบบก่อสร้างระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของรัฐบาลมี ลักษณะที่เร่งรีบและรวบรัดเมื่อเทียบกับการดำเนินโครงการตามปกติการคัดเลือก ผู้รับจ้าง หรือการแข่งขันของบริษัทที่ยื่นข้อเสนอมีไม่มากเท่าที่ควร

 

อีกทั้งการจ้างเหมายังเป็นการจ้างเหมาแบบเบ็ดเสร็จในรูปแบบdesign build เป็นการกำหนดให้ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบทั้งการออกแบบและก่อสร้างในแต่ละโมดูล การรวมงานที่มีลักษณะที่หลากหลาย ดำเนินการในพื้นที่หลายแห่ง และที่ต้องใช้เงินเป็นจำนวนมาก ให้มาอยู่ในสัญญาเดียวกัน มีแนวโน้มทำให้การตรวจรับงาน การควบคุมงาน และการเบิกจ่ายมีความยุ่งยากมากขึ้น ผู้ว่าจ้างจำเป็นต้องมีบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ และมีความซื่อสัตย์อย่างสูง หากทางราชการไม่สามารถรองรับงานเหล่านี้ได้เป็นอย่างดีและมีประสิทธิภาพ ก็จะเป็นช่องทางให้เกิดการทุจริตได้

 

ดัวยเหตุนี้จึงได้มีข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาลเพื่อพิจารณาให้หน่วยงานที่เกี่ยงข้องพิจารณาดังนี้คือ ในการพิจารณาคัดเลือกผู้รับจ้าง ควรกำหนดหลักเกณฑ์การคัดเลือกให้ชัดขึ้นเพื่อให้การคัดเลือกเป็นไปด้วยความโปร่งใส

 

ส่วนการทำสัญญาจ้างไม่ควรรวมงานที่มีความหลากหลายทั้งในแง่ของลักษณะงานและในด้านพื้นที่ก่อสร้างไว้ในสัญญาเดียวกัน ควรแสกสัญญาเพื่อกระจายความเสี่ยงด้านการบริหารจัดการ และการกำกับโครงการและตรวจรับงาน ควรมอบหมายหน่วยงานราชการที่มีภารกิจเกี่ยวข้องโดยตรงเป็นผู้รับผิดชอบ มีกลไกตรวจสอบงานแบบ check and balance เพื่อป้องกันการทุจริต รวมทั้งควรให้เครือข่ายภาคเอกชนต่อต้านการคอรัปชั่นได้เข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบการดำเนินโครงการ

 

วานนี้นายเมธีครองแก้ว ประธานคณะอนุกรรมการมาตรการป้องกันการทุจริต ได้สรุปแนวทางและมาตรการป้องกันการทุจริตโครงการลงทุนระบบบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย 3.5 แสนล้านบาทของรัฐบาล โดยหนังสือสรุปแนวทางและมาตรการป้องกันดังกล่าวมีประมาณ 10 หน้า ชี้จุดเสี่ยง 7-8 จุด ตั้งแต่เริ่มโครงการ การเลือกผู้รับเหมาก่อสร้าง ซึ่งจุดใหญ่จะมีเรื่องความเสียหายที่มาจากความไม่พร้อมในเรื่องของที่ดิน กรรมสิทธิ์ที่ดิน

หุ้นไทยร่วงหนัก ลดพอร์ตลงทุนด่วน   no comments

รัฐวิสาหกิจนำส่งรายได้สูงกว่าประมาณการ 9,518 ล้านบาท หรือร้อยละ 77.1 จากการนำส่งเงินปันผลของ บมจ.ปตท. เป็นสำคัญ ส่งผลให้ในช่วง 7 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2556 (ตุลาคม 2555–เมษายน 2556) รัฐบาลจัดเก็บรายได้สุทธิ 1,105,397 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมาย 104,426 ล้านบาท หรือร้อยละ 10.4 เป็นผลจากการจัดเก็บรายได้ของ 3 กรมจัดเก็บภาษีสังกัดกระทรวงการคลังที่สูงกว่าเป้าหมาย 67,081 ล้านบาท หรือร้อยละ 6.2 โดยมีสาเหตุสำคัญจากภาษีรถยนต์ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และภาษีมูลค่าเพิ่มจัดเก็บได้สูงกว่าเป้าหมาย สะท้อนถึงอุปสงค์ภายในประเทศและรายได้ภาคครัวเรือนที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ การจัดเก็บรายได้ของหน่วยงานอื่นและการนำส่งรายได้รัฐวิสาหกิจสูงกว่าเป้า หมาย 41,854 ล้านบาท และ 15,295 ล้านบาท หรือร้อยละ 71.4 และร้อยละ 26.7 ตามลำดับ ทั้งนี้ นายสมชัยฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า “จากภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับมาตรการสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจของรัฐบาล ส่งผลให้ในปีงบประมาณ 2556 รัฐบาลจะสามารถจัดเก็บรายได้ตามเป้าหมายที่ 2.1 ล้านล้านบาท แม้ว่าจะมีปัจจัยเสี่ยงจากค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นซึ่งจะส่งผลต่อ การจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลบ้างก็ตาม” โดยมีรายละเอียดดังนี้

 

1.เดือนเมษายน 2556 รัฐบาลจัดเก็บรายได้สุทธิ 127,581 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 10,585 ล้านบาท หรือร้อยละ 9.0 (ต่ำกว่าเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 9.1) โดยภาษีที่จัดเก็บได้สูงกว่าประมาณการที่สำคัญ ได้แก่ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจัดเก็บได้สูงกว่าประมาณการ 3,728 ล้านบาท หรือร้อยละ 13.9 สาเหตุหลักมาจากรายได้ภาคครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นจากการขยายตัวของภาวะ เศรษฐกิจในประเทศ ภาษีรถยนต์จัดเก็บได้สูงกว่าประมาณการ 3,434 ล้านบาท หรือร้อยละ 33.2 สืบเนื่องจากโครงการรถยนต์ใหม่คันแรกเป็นสำคัญ นอกจากนี้ รัฐวิสาหกิจนำส่งรายได้สูงกว่าประมาณการ 9,518 ล้านบาท หรือร้อยละ 77.1 เนื่องจาก บมจ.ปตท.นำส่งเงินปันผลประจำปี 2555 จำนวน 11,679 ล้านบาท จากที่ประมาณการว่าจะนำส่งในเดือนพฤษภาคม 2556 อย่างไรก็ดี ภาษีที่จัดเก็บได้ต่ำกว่าประมาณการที่สำคัญ ได้แก่ ภาษีน้ำมันและภาษีสุราจัดเก็บได้ต่ำกว่าประมาณการ 1,290 ล้านบาท และ 1,226 ล้านบาท หรือร้อยละ 19.0 และร้อยละ 21.6 ตามลำดับ ทั้งนี้ ในเดือนนี้มีการจัดสรรภาษีมูลค่าเพิ่มให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตาม พ.ร.บ.กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจฯ ของปีงบประมาณ 2556 จำนวน 4 งวด เป็นเงิน 32,385 ล้านบาท ในขณะที่เดือนเดียวกันปีก่อนมีการจัดสรรเพียง 1 งวด ส่งผลให้รายได้สุทธิของรัฐบาลต่ำกว่าเดือนเดียวกันปีที่แล้ว 12,751 ล้านบาท หรือร้อยละ 9.1

 

2.ในช่วง 7 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2556 (ตุลาคม 2555–เมษายน 2556) รัฐบาลจัดเก็บรายได้สุทธิ 1,105,397 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมาย 104,426 ล้านบาท หรือร้อยละ 10.4 (สูงกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 16.2) เป็นผลจากการจัดเก็บรายได้ของ 3 กรมจัดเก็บภาษีสังกัดกระทรวงการคลังที่สูงกว่าเป้าหมาย 67,081 ล้านบาท หรือร้อยละ 6.2 นอกจากนี้ การจัดเก็บรายได้ของหน่วยงานอื่นและการนำส่งรายได้รัฐวิสาหกิจที่สูงกว่า เป้าหมาย 41,854 ล้านบาท และ 15,295 ล้านบาท หรือร้อยละ 71.4 และร้อยละ 26.7 ตามลำดับ อย่างไรก็ดี การคืนภาษีของกรมสรรพากรสูงกว่าประมาณการ 18,542 ล้านบาท

ปัญหาด้านเครือข่ายมือถือ   no comments

ส่วนเรื่องค่าบริการย้ายค่ายเบอร์เดิมหรือคงสิทธิเลขหมาย (นัมเบอร์พอร์ทิบิลิตี้) ในวันที่ 21 พ.ค. นี้ ทางสำนักงานจะเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม(กทค.) พิจารณาลดราคา จาก 99 บาท เหลือ 39 บาท ซึ่งเตรียมเสนอคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) อนุมัติวันที่21 พ.ค.

และ เมื่อครบ 2 เดือนหลังจาก กทค. อนุมัติ หากยังมีปริมาณการใช้บริการเป็นจำนวนมากจะมีการพิจารณาลดราคาลงเหลือ 29 บาท  นอกจากนี้ยังได้กำชับให้เคลียร์ริ่งเฮ้าส์ขยายประสิทธิภาพในการให้บริการ เพิ่มจาก 40,000 เลขหมายต่อวัน เป็น 300,000 เลขหมายต่อวันด้วย

โดยนายฐากร ตัณฑสิทธิ์  เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยหลังจากหารือกับผู้ประกอบการ 3G ที่ได้รับใบอนุญาตใช้คลื่นความถี่ 2.1GHz ว่า โอเปอเรเตอร์ทั้ง 3 ราย ได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด(AWN) บริษัท ดีแทค เนทเวอร์ค จำกัด (DTN) และบริษัท เรียลฟิวเจอร์ จำกัด ยินดีจะลดราคาค่าบริการรายเดือนที่มีอยู่เดิม ลง15% ทุกแพคเก็จ

โดย AWN จะเริ่มลดราคาตั้งแต่ 21 พ.ค. นี้  ส่วนเรียลฟิวเจอร์จะเริ่มในเดือน มิ.ย. ขณะที่ DTN จะเริ่มลดราคาเมื่อได้เปิดให้บริการ 3G บนคลื่น 2.1GHz อย่างเป็นทางการ

“แพคเกจที่ลดราคา ไม่ได้จำกัดว่า จะต้องเป็นแพคเก็จ 3G บนคลื่น 2.1GHz เท่านั้น  แต่จะลดให้ลูกค้าปัจจุบันโดยอัตโนมัติ  เช่น แพคเกจ 399 บาท จะลดลงเหลือ 340 บาท เป็นต้น และจะให้ราคานี้เป็นราคากลางในการกำหนดค่าบริการในระบบ 3G ใหม่ด้วย  ซึ่ง กสทช. กำลังตรวจสอบแพคเก็จแต่ละรายว่าได้ลดราคาละ 15% จริงหรือไม่”

 

 

หุ้นเหวี่ยงตัวผันผวนหวังจบข่าวดีงบ Q1 แต่ได้แรงซื้อต่างชาติพยุงดัชนี   no comments

สำหรับแนวโน้มตลาดหุ้นไทยในช่วงสัปดาห์หน้า (20-23 พ.ค.) ประเมินว่าดัชนียังมีโอกาสผันผันมากขึ้น จากแนวโน้มการปรับเพิ่มขึ้นที่เริ่มจำกัดลงหลังจากปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อ เนื่องก่อนหน้านี้ แต่มีความเสี่ยงที่ดัชนีจะปรับลงในอัตราที่สูงกว่า เนื่องจากบรรยากาศการลงทุนยังขาดปัจจัยสนับสนุนใหม่ ๆ พร้อมทั้นักลงทุนยังหลายปัจจัยที่สร้างความกังวลต่อการลงทุนทั้งปัจจัยต่าง ประเทศ ได้แก่ การหยุดดำเนินมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) รวมทั้งปัญหาเศรษฐกิจยุโรปและปัจจัยการเมืองในประเทศที่เริ่มในสัปดาห์หน้า จะเริ่มกลับมาสร้างความกังวลในประเด็น พ.ร.บ.ปรองดองฯ

กลยุทธ์การลง ทุนแนะนำทยอยขายเมื่อดัชนีดีดตัวขึ้นไปที่บริเวณแนวต้าน ให้แนวรับที่ 1,600 จุด แนวรับถัดไปที่ 1,580 จุด แนวต้านที่ 1,650 จุด

ตลาดหุ้นเคลื่อนไหวผันผวนเหวี่ยงบวกและลบ หลังหมดข่าวดีงบ บจ.Q1/56 แต่ยังได้แรงซื้อต่างชาติประคอง หุ้นสัปดาห์หน้าผันผวนเสี่ยงลงมากกว่าขึ้น ให้แนวรับ 1,600 จุด แนวรับถัดไป 1,580 จุด แนวต้าน 1,650 จุด

นางสาวธีรดา ชาญยิ่งยงค์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นวันที่ 17 พฤษภาคม ภาพการเคลื่อนไหวดัชนีแกว่งตัวในลักษณะผันผวน ทั้งในแดนบวกและลบ โดยในช่วงการซื้อขายระหว่างวันดัชนีปรับตัวขึ้นไปยืนเหนือที่ระดับ 1,630 จุดอีกครั้งซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่า 20 ปี โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติที่กลับเข้ามาลงทุน แต่ยังมีแรงขายของนักลงทุนออกมาหลังจากหมดข่าวดีของผลประกอบการไตรมาส 1/56 ที่ประกาศผลการดำเนินงานครบแล้ว

 

 

เงินบาทไร้ทิศทางร่วงหนัก   no comments

สำหรับค่าเงินเยนวันนี้เปิดตลาดที่ระดับ 102.08/10 เยน/ดอลลาร์ ปรับตัวแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับระดับปิดตลาดวันพุธที่ 102.68/71 เยน/ดอลลาร์ สกุลเงินเยนนั้นปรับตัวแข็งค่าขึ้นในช่วงคืนวันพุธและแข็งค่าสุดที่ระดับ 101.86 เยน/ดอลลาร์ ภายหลังการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจซึ่งเป็นที่น่าผิดหวังของสหรัฐ โดยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอของสหรัฐฯนั้นส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตร สหรัฐฯปรับตัวลดลง และส่งผลให้นักลงทุนถอนเงินออกจากพันธบัตรสหรัฐฯและกลับเข้าครอบครองเงินเย นมากขึ้น อย่างไรก็ดีเงินเยนได้อ่อนค่าลงในช่วงการซื้อขายวันนี้จากการเข้าซื้อทำกำไร เงินดอลลาร์สหรัฐฯของนักลงทุน นอกจากนี้ยังมีการเปิดเผยตัวเลข GDP ไตรมาสแรกของญี่ปุ่นซึ่งออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดย GDP ของญี่ปุ่นนั้นเพิ่มขึ้น 0.9% ในไตรมาสแรกของปีนี้มากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 0.7% ซึ่งการเพิ่มขึ้นของ GDP ญี่ปุ่นในครั้งนี้นั้นเป็นผลจากการดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อกระตุ้น เศรษฐกิจของญี่ปุ่นโดยรัฐบาลและธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ทั้งนี้ค่าเงินเยนมีกรอบการเคลื่อนไหวระหว่างวันอยู่ที่ระดับ 101.95-102.60 เยน/ดอลลาร์ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 102.56/58 เยน/ดอลลาร์ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวของค่าเงินประจำวันพฤหัสบดีที่ 16 พฤษภาคม 2556 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ที่ระดับ 29.68/70 บาท/ดอลลาร์ ปรับตัวแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (15/5) ที่ 29.71/73 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินบาทนั้นแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากการที่นักลงทุนต่างชาติยังเข้ามาลงทุน ในตลาดตราสารหนี้และตลาดหลักทรัพย์ของไทยอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับตัวเลขภาคการผลิตของสหรัฐฯที่ได้รับการเปิดเผยเมื่อคืนวันพุธที่ ผ่านมานั้นเป็นที่น่าผิดหวัง ทำให้นักลงทุนลดการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) จะลดวงเงินในการทำการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ลงภายในสิ้นปีนี้ลง ส่งผลให้เงินดอลลาร์สหรัฐฯนั้นปรับตัวอ่อนค่าลงอีกครั้ง โดยดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐฯนั้นปรับตัวลดลงถึง 0.5% ในเดือนเมษายน ลดลงมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ดี ในวันนี้เงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบๆ เนื่องจากนักลงทุนยังคงรอปัจจัยใหม่ที่จะมาเคลื่อนตลาดและรอดูผลการประชุม คณะกรรมการนโยบายการเงินในวันที่ 29 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ โดยในวันนี้ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบ ๆ ที่ 29.65-29.72 บาท/ดอลลาร์ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 29.67/69 บาท/ดอลลาร์

สำหรับค่าเงินยูโรวันนี้เปิดตลาดที่ระดับ 1.2876/77 ดอลลาร์/ยูโร ระดับเดียวกับระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธที่ 1.2879/80 ดอลลาร์/ยูโร สกุลเงินยูโรนั้นอ่อนตัวลงตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันพุธโดยปรับตัวอ่อนค่าสุดที่ ระดับ 1.2843 ดอลลาร์/ยูโร ภายหลังจากที่ตัวเลขสำคัญทางเศรษฐกิจของยูโรโซนที่ได้รับการเปิดเผยเมื่อวาน นั้นออกมาเป็นที่น่าผิดหวัง โดยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของเยอรมนีนั้นปรับตัวเพิ่มขึ้นเพียง 0.1% ในไตรมาสแรกของปีนี้ น้อยกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ และตัวเลข GDP ของฝรั่งเศสนั้นแสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจของประเทศฝรั่งเศสซึ่งเป็นประเทศที่ มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองของยุโรปนั้นได้เข้าสู่ภาวะถดถอยอีกครั้ง โดย GDP ของฝรั่งเศสนั้นปรับตัวลดลงสองไตรมาสติดต่อกันโดยลดลง 0.2% ในไตรมาสแรกของปีนี้ อย่างไรก็ดี สกุลเงินยูโรปรับตัวแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับต่ำสุดภายหลังจากข้อมูล เศรษฐกิจของสหรัฐออกมาไม่ดีเท่าที่คาดการณ์ไว้และช่วยกดดันเงินดอลลาร์ สหรัฐฯ โดยในวันนี้สกุลเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบ ๆ ยูโรระหว่างระดับ 1.2845-1.2889 ดอลลาร์/ยูโร ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 1.2867/68 ดอลลาร์/ยูโร

 

 

 

การจัดตั้งกองทุนน้ำ   no comments

รศ.ดร.อภิชาต กล่าวว่า การจัดตั้งศูนย์บูรณาการด้านข้อมูลเรื่องน้ำ มีอยู่ในงบประมาณ 3.5 แสนล้านแล้ว ที่เรียกว่า A6 B4 วงเงิน 4 พันล้าน เพื่อนำไปพัฒนาเครือข่ายข้อมูล ระบบข้อมูล ,และศูนย์บัญชาการ แต่เราไม่ได้รวบยอดมาคุมคนเดียว แต่พัฒนาเครือข่ายให้เชื่อมได้ วิธีการสั่งการยามปกติหน่วยงานที่รับผิดชอบก็ทำไป เฉพาะยามวิกฤติสามารถดึงข้อมูล การสั่งการเปิดปิดประตูมาในเซ็นเตอร์ได้ โดยจะทำเฉพาะประเทศไทย เพื่อเชื่อมโยงครบ 25 ลุ่มน้ำไทยก่อน แต่พรุ่งนี้จะพูดเรื่องความร่วมมือระหว่างภูมิภาค ซึ่งการประชุมครั้งนี้มีหลายหน่วยงานสนใจว่าประเทศไทยเป็นจุดศูนย์กลางการ แลกเปลี่ยนได้หรือไม่ ซึ่งไทนพร้อมและยินดีที่จะทำในฐานะประธานคณะทำงานด้านสารัตถะ ในการประชุมผู้นำด้านน้ำแห่งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ครั้งที่ 2 กล่าวว่า ในการประชุมด้านน้ำฯ ครั้งนี้ ไทยมีการจัดทำปฏิญญาเชียงใหม่ไว้ และคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบแล้ว ซึ่งในวันที่ 20 พฤษภาคมนี้ เมื่อการประชุมผู้นำฯ เสร็จสิ้นลง จะมีการอ่านปฏิญญาเชียงใหม่ ซึ่งชัดเจนว่าจะมีการส่งเสริมความร่วมมือมีเครือข่ายร่วมกัน ถ้าเป็นไปตามความคาดเดา รัฐบาลไทยอาจประกาศตั้งกองทุน และเสนอตัวเองเป็นศูนย์สำหรับเป็นตัวประสานงานในเรื่องพัฒนาด้านน้ำ เป็นเครือข่ายข้อมูล

“เบื้องต้นอาจมีเม็ดเงินนำร่อง 10 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ ผมลองเสนอแนวคิดไปคร่าว ๆ เพราะมีผู้นำประเทศมากันเยอะ เบื้องต้นไทยควรแสดงตัวเป็นเจ้าภาพลงเงินไปก่อน 1 ล้านเหรียญ และมีการลงขันกันคนละ 1 ล้าน เพราะมีประเทศพัฒนาแล้วมากันเยอะ แต่ละประเทศลงขันกันคนละ 1 ล้าน ก็ได้ครบ 10 ล้านเหรียญฯ ซึ่งไทยจะมีองค์กร บุคลากร และสถานที่ สิ่งสำคัญคือในปี 2015 ไทย มี AEC ไทยควรวางตัวว่าจะมีบทบาทเรื่องใดบ้าง ในฐานะที่เราจัดเรื่องน้ำเรื่องนี้ และได้รับความสนใจมาก ก็ควรเสนอตัวคล้ายๆ เป็นศูนย์ประสานงานเรื่องน้ำ เมื่อไทยเริ่มก็ควรเป็นประธาน และหุ้นส่วนก็ควรมีคณะกรรมการมาดูแล และไทยเป็นตัวประสานงาน”

ชาวบ้านฮือการเวนคืนที่ดิน   no comments

สารพัดเหตุผลงบฯบาน

นาย ยงสิทธิ์ โรจน์ศรีกุล ผู้ว่าการ รฟม. เปิดเผยว่า ขณะนี้ รฟม.รอกระทรวงคมนาคมนำโครงการนี้เสนอให้ที่ประชุม ครม.พิจารณา คาดว่าเร็ว ๆ นี้ โดย รฟม.ทำรายละเอียดชี้แจงข้อสงสัยต่าง ๆ ไปหมดแล้ว เนื่องจากวงเงินลงทุนเพิ่มขึ้นจากกว่า 40,000 ล้านบาท เป็นกว่า 58,590 ล้านบาท ประกอบด้วยค่าเวนคืนที่ดินเพิ่มขึ้น เนื่องจากกรมธนารักษ์ปรับราคาประเมินใหม่ กับมีการย้ายจุดสร้างเดโป้ ทำให้ค่าเวนคืนเพิ่มขึ้น

ส่วนค่าก่อสร้างก็เพิ่มขึ้นเนื่องจากราคา เดิมประเมินไว้เมื่อหลายปีก่อน ปัจจุบันมีหลายปัจจัยที่ส่งผลให้ราคาก่อสร้างเพิ่มขึ้น ทั้งราคาวัสดุก่อสร้างปรับตัวสูงขึ้นมาก ยังมีค่ารื้อย้ายงานก่อสร้างสะพานข้ามแยกรัชโยธินจากแนวถนนรัชดาภิเษกมาอยู่ แนวถนนพหลโยธินแทน และมีโครงสร้างรถไฟฟ้าอยู่ข้างบน พร้อมก่อสร้างทางลอดใหม่บนแนวถนนรัชดาภิเษก

นอกจากนี้มีการปรับลด ระยะทางของสะพานข้ามแยกเกษตรและแยกเสนาด้วย เพื่อให้สร้างสถานีรถไฟฟ้าได้ ทั้งนี้ได้หารือร่วมกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และพร้อมจะดำเนินการได้ทันทีหลังจากที่ได้ตัวผู้รับเหมาก่อสร้าง

วางแผนเริ่มเวนคืนปีนี้

นาย ยงสิทธิ์กล่าวอีกว่า สำหรับรถไฟฟ้าสายสีเขียวช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต วงเงินลงทุนอยู่ใน พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท มีวงเงินลงทุนทั้งโครงการ 58,590 ล้านบาท แยกเป็นค่าจ้างที่ปรึกษา 1,703 ล้านบาท ค่าเวนคืนที่ดิน 7,606 ล้านบาท โดยคาดว่าจะมีผู้ถูกเวนคืนประมาณ 200 กว่าราย ค่าก่อสร้าง 29,225 ล้านบาท และค่างานระบบรถไฟฟ้า 20,055 ล้านบาท

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ได้นำร่างพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดินแนวโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยายช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ระยะทางประมาณ 19 กิโลเมตร เสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติออกประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) มีอำนาจเข้าไปสำรวจพื้นที่ สำรวจผู้ถูกเวนคืนที่ดินโดยเร็ว

ล่า สุดมอบหมายให้ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) พิจารณารายละเอียดโครงการตามที่ รฟม.เสนอวงเงินลงทุนมา เนื่องจากมีค่าก่อสร้างและเวนคืนที่ดินเพิ่มขึ้นหลังมีการปรับเปลี่ยนจุดที่ ตั้งศูนย์ซ่อมบำรุง (เดโป้) มาอยู่ถนนลำลูกกาคลอง 2 เบื้องต้นทราบว่า รฟม.เสนอค่าเวนคืนเพิ่มขึ้นจากเดิมกว่า 2,000 ล้านบาท เพิ่มเป็นกว่า 7,000 ล้านบาท

“ก่อนเสนอ ครม.อนุมัติ จะต้องมีข้อมูลรายละเอียดให้ครบถ้วนมาชี้แจงให้ที่ประชุมฟังว่าทำไมวงเงินถึงเพิ่มขึ้น” นายชัชชาติกล่าว

 

ตามแผนงานจะเริ่มกระบวนการเวนคืนที่ดินปลายปีนี้ เปิดประมูลปลายปี 2556 เริ่มสร้างกลางปี 2557 เปิดบริการกลาง

ปี 2561 จัดหาระบบรถไฟฟ้าประมาณปี 2557 โดยโครงการจะเริ่มใช้เงินกู้ตาม พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ตั้งแต่ปี 2557-2561

นาย ยงสิทธิ์กล่าวอีกว่า สำหรับการเปิดประมูลงานโยธา วงเงิน 29,225 ล้านบาท แยกออกเป็น 4 สัญญา มีงานโยธา 2 สัญญาคือ ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่ (รวมรื้อสะพานข้ามแยก 3 แห่ง) ระยะทาง 11.4 กิโลเมตร วงเงินกว่า 12,000 ล้านบาท และช่วงสะพานใหม่-คูคต ระยะทาง 7 กิโลเมตร วงเงินประมาณ 6,000-7,000 ล้านบาท งานระบบ 1 สัญญา และศูนย์ซ่อมบำรุง (เดโป้) 1 สัญญา

เปิดแนวเส้นทาง +16 สถานี

สำหรับ แนวเส้นทางโครงการจะก่อสร้างเป็นโครงสร้างยกระดับตลอดเส้นทาง มีจุดเริ่มต้นจากจุดเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าบีทีเอสที่สถานีหมอชิต วิ่งตรงไปตามแนวถนนพหลโยธิน ข้ามทางยกระดับดอนเมืองโทลล์เวย์บริเวณห้าแยกลาดพร้าว ผ่านแยกรัชโยธิน แยก ม.เกษตรศาสตร์

จากนั้นตรงไปจนถึงพหลโยธินซอย 66 แนวเส้นทางจะเบี่ยงออกไปด้านซ้ายไปจนถึงอนุสาวรีย์หลักสี่ จากนั้นถึงจะกลับมาอยู่บนเกาะกลางถนนพหลโยธิน จนสิ้นสุดเขตกองทัพอากาศ แล้วเลี้ยวขวาตัดเข้าถนนลำลูกกา และมาสุดปลายทางที่คูคต บริเวณลำลูกกาคลอง 2

มี 16 สถานี ประกอบด้วย สถานีห้าแยกลาดพร้าว สถานีพหลโยธิน 24 สถานีรัชโยธิน สถานีเสนานิคม สถานีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สถานีกรมป่าไม้ สถานีบางบัว สถานีกรมทหารราบที่ 11 สถานีวัดพระศรีมหาธาตุ สถานีอนุสาวรีย์หลักสี่ สถานีสายหยุด สถานีสะพานใหม่ สถานีโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช สถานีพิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ สถานี กม.25 และสถานีคูคต

GDP เติบโตปลายปีนี้   no comments

 

นางสาวสุรีย์ภรณ์ อุดมผลวณิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีเอสแอล ออโต้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์นำเข้าอิสระจากต่างประเทศเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า รายละเอียดต่าง ๆ ยังไม่ชัดเจน ในแง่ปฏิบัติเจ้าหน้าที่รัฐยังไม่มีข้อมูลในการตรวจสอบที่ชัดเจน ทางกระทรวงจึงควรประสานงานและให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติงานที่จะ ช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการโดยเฉพาะข้อสรุปในการเรียกตรวจรถบางส่วน ที่นำเข้ามาหลังวันที่ 30 พฤศจิกายน 2555 ถึงวันที่ 15 พฤษภาคม 2556 กว่า 2,000 คันและยังไม่ได้จดทะเบียนซึ่งได้ส่งมอบให้ลูกค้าไปแล้วว่าจะมีขั้นตอนการ เรียกรถมาตรวจสอบอย่างไร

 

ที่ผ่านมาผู้ประกอบการนำรถเข้าไปตรวจสอบ ใช้เวลาตรวจและจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 45 วัน แม้การตรวจค่าไอเสียทำได้เร็วขึ้นจริง แต่เอกสารที่ใช้ประกอบในการจดทะเบียนต้องรอนานเกินไป

 

ปกติรถนำเข้าจาก ต่างประเทศผ่านการตรวจสอบโดยหน่วยงานต่าง ประเทศที่มีมาตรฐานสูงยืนยันอยู่แล้วจึงเกิดคำถามว่าการตรวจค่าไอเสียนั้น เป็นสิ่งจำเป็นมากน้อยแค่ไหน

 

ผลกระทบจากรัฐบาลเข้มงวดกับบรรดาผู้นำเข้ารถยนต์อิสระ ตั้งแต่ปรับวิธีคำนวณภาษีใหม่ ทำให้รถแต่ละคันมีต้นทุนภาษีสูงขึ้น และใช้มาตรการคุมเข้มจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมบังคับเกณฑ์การปล่อยไอเสีย หากไม่ผ่านไม่อนุญาตให้จดทะเบียน ส่งผลให้ช่วง 3 เดือนที่ผ่านมามีรถนำเข้าค้างอยู่ที่ท่าเรือกว่า 2,000 คัน กระทบธุรกิจรถยนต์นำเข้าเป็นหมื่นล้านบาท

จนล่าสุดสมาคมผู้นำเข้าและ จำหน่ายรถยนต์ใหม่ได้ยื่นข้อเรียกร้องไปยังกระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวง อุตสาหกรรมเห็นชอบให้แก้ไขระเบียบด้วยการร่นระยะเวลาการตรวจสอบตั้งแต่รถมา ถึงที่ท่าเรือ การตรวจมาตรฐานไอเสียโดยสถาบันยานยนต์ จนถึงการจดทะเบียนรถยนต์จากกรมการขนส่งทางบก จากเดิมที่ใช้เวลาประมาณ 90 วัน ให้ลดเหลือเพียง 10 วัน

พร้อมทั้งปรับค่าใช้จ่ายในการทดสอบค่าไอเสีย สำหรับรถยนต์เบนซินจากเดิมคันละ 120,000 บาท เหลือ 44,000 บาท ส่วนเครื่องยนต์ดีเซลยังคงอัตราเดิม 40,000 บาท เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้นำเข้า

แต่เกณฑ์ที่ผ่อนปรนนี้ บรรดาผู้นำเข้ารถยนต์อิสระหลายรายก็ยังมองว่า ยังมีอีกหลายประเด็นที่ยังไม่ชัดเจนและไม่เห็นผลในทางปฏิบัติ

 

“เรามองว่าการจะออกกฎหมายจะต้องบังคับใช้ได้จริงและมีผลทันทีเราเป็นห่วงไม่ใช่แค่การจดทะเบียน แต่ขั้นตอนการตัดสินใจการบังคับใช้กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ของรัฐ ควรทำได้ทันทีเพราะการรอความชัดเจนนานถึง 3 เดือนส่งผลกระทบต่อธุรกิจอย่างมาก อนาคตประเทศไทยจะเข้าร่วมประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน การดำเนินงานทั้งภาครัฐและเอกชนจะต้องรวดเร็วเพื่อเพิ่มโอกาสในการแข่งขัน”

เช่นเดียวกับนางสาวชลลธรศรีรัตนประภาส กรรมการบริหาร บริษัท เบนซ์ รามคำแหง กรุ๊ป จำกัด หรือบีอาร์จี ผู้นำเข้าและจำหน่ายรถยนต์อิสระ เปิดเผยว่า เป็นเรื่องดีที่รัฐผ่อนเกณฑ์ แต่ที่ผ่านมาการตรวจสอบล่าช้ามาก เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติงานยังขาดความรู้ความเข้าใจเรื่องกฎเกณฑ์ใหม่

และสถาบันยานยนต์ระบุว่าสามารถตรวจสอบรถได้แค่ 8 วันต่อคัน ถือว่าน้อยเกินไปเมื่อเทียบกับจำนวนรถที่รอการจดทะเบียนจำนวนมาก จึงน่าจะมีการเพิ่มสถานที่ในการตรวจและเพิ่มเจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญมาดำเนินงาน เพื่อให้ขั้นตอนการตรวจสอบ การจดทะเบียนรวดเร็วขึ้น

ขณะที่นายพิตินันทน์ กฤษดาธานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.เค คาร์ พลาซ่า จำกัด กล่าวว่า ที่ผ่านมาปัญหาจดทะเบียนไม่ได้ทำให้ลูกค้ารถนำเข้าลดน้อยลง แต่สำหรับบริษัทนั้นถือว่าไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เนื่องจากลูกค้ายังมีความเชื่อมั่น เพราะในสัญญาซื้อขายรถยนต์นั้นระบุว่ารถยนต์ทุกคันที่ซื้อจากบริษัทจะต้องได้รับการจดทะเบียนอย่างถูกต้อง ถือเป็นการรับประกันที่ทำให้ลูกค้ามีความมั่นใจ ทั้งนี้เมื่อกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ชัดเจนแล้ว ก็น่าจะทำให้ผู้ประกอบการรถนำเข้าสามารถดำเนินธุรกิจต่อได้

แหล่งข่าวจากสมาคมผู้นำเข้าและจำหน่ายรถยนต์กล่าวเพิ่มเติมว่า ประเด็นการผ่อนปรนของกระทรวงอุตฯ โดยปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมออกมาระบุเองนั้น ทางสมาคมยังไม่แน่ใจ เพราะอำนาจสูงสุดเรื่องนี้คือ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรม (สมอ.) ซึ่งที่ผ่านมา สมอ.เปลี่ยนแปลงเลขาธิการบ่อยมาก คนที่แล้วมาอยู่ไม่ถึง 3 เดือน ก็มีการโยกย้ายเปลี่ยนแปลง

ส่วนเรื่องการตรวจสอบค่าไอเสีย แม้จะลดราคาลง แต่หากต้องทำ 3-4 ครั้งกว่าจะผ่าน ต้นทุนก็เพิ่มอยู่ดี เท่ากับไม่ได้สิทธิ์นั้น ๆ ในขณะที่รถขับเคลื่อน 4 ล้อ จนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีเครื่องมือตรวจสอบ ซึ่งส่วนใหญ่รถนำเข้าทุกคันจะมีใบกำกับการตรวจสอบมาตรฐานไอเสียจากต่างประเทศ ซึ่งน่าจะใช้ทดแทนได้เพราะมาตรฐานจากต่างประเทศสูงกว่าบ้านเราด้วยซ้ำ

แหล่งข่าวกล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งที่สมาคมจะต้องเร่งผลักดันยังมีอีกหลายเรื่อง ทั้งความรวดเร็ว ซึ่งวันนี้รถที่ตรวจผ่านยังต้องรอใบอนุญาตเพื่อใช้จดทะเบียน และการตรวจนั้นรถรุ่นเดียวกัน สเป็กเดียวกัน ตรวจคันเดียวสามารถครอบคลุมทุกคันหรือไม่ เพราะถ้าไม่เป็นตามนั้น จำนวนรถนำเข้าที่มีจำนวนมากมาย ต้องนำมาตรวจทุกคัน สถาบันยานยนต์ สมอ. คงรองรับไม่ไหวแน่นอน

อนึ่ง ก่อนหน้านี้ นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า คณะทำงานพิจารณาข้อปัญหาการนำเข้ารถยนต์ เห็นชอบแก้ไขกฎระเบียบการตรวจสอบและอนุญาตรถเกรย์มาร์เก็ต เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้นำเข้า ได้แก่ ร่นเวลาการตรวจสอบจากท่าเรือ จนถึงกระบวนการจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก จากเดิม 90 วันเหลือเพียงไม่เกิน 10 วัน ในกรณีที่มีเอกสารทุกอย่างครบ และสถาบันยานยนต์จะลดค่าใช้จ่ายการทดสอบค่ามลพิษ ซึ่งประกาศใช้ตั้งแต่วันที่ 17 พ.ค. 2556 เป็นต้นไป