Archive for the ‘อสังหาริมทรัพย์’ Category

บริหารเงินอย่างไรให้เหลือเก็บ   no comments

คุณได้มีการ คำนวณการประมาณการ แจ้ง ที่ดีที่สุด ที่คุณสามารถ เข้าใจ ว่าคุณ ไม่ทราบว่า ระยะเวลาที่คุณ จะไป อาศัยอยู่ เรา สามารถประมาณการ อัตราเงินเฟ้อ แต่เรา ไม่ ทราบว่าสิ่งที่ มันจะเป็น ไป ตามความยาวของ การเกษียณอายุ ซึ่งอาจ ช่วง 30 ปี หรือมากกว่า เรารู้ว่าตลาด สต็อกที่ มี อัพและดาวน์ ในฐานะที่เป็น ที่ปรึกษาการลงทุน ที่ดีจะ ชี้ให้เห็น ประสิทธิภาพที่ผ่านมา ไม่ได้รับประกัน ผลในอนาคต

จากสิ่งที่ ผมเคยเห็น ส่วนตัว และการศึกษาที่ฉันได้อ่าน ที่คนส่วนใหญ่ จะไม่ได้ ประหยัด มากพอ ที่จะเกษียณ เพื่อให้ การแก้ปัญหา ที่ ประหยัดมากขึ้น เพื่อการเกษียณ ในรายการของคุณ ดีกว่าที่จะ ผิดพลาดในด้าน ของ มากเกินไปมากกว่า น้อยเกินไป

ที่ เคยเป็น ผู้เกษียณอายุ จะ ประเมิน ว่าพวกเขาสามารถ ทำอะไร ที่เกี่ยวกับ ร้อยละ 40 ร้อยละ 50 ของ สิ่งที่พวกเขา ใช้ในการ สร้างรายได้ ปีเพราะพวกเขาจะ ไม่ได้ มีค่าใช้จ่าย เหมือนกันที่พวกเขาได้ ในขณะที่ทำงาน เด็ก ของพวกเขาจะ เติบโต และ อยู่กับตัวเอง พวกเขาอาจจะ ไม่ได้ มี การจำนองหรือค่าใช้จ่าย ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับ การทำงาน เช่น ค่าใช้จ่ายใน การเดินทาง

“ใน ขณะที่ อัตรา การเปลี่ยนระหว่าง ร้อยละ 70 และร้อยละ 80 อาจเป็น สถานที่เริ่มต้นที่เหมาะสมสำหรับ ผู้ประกอบการ จำนวนมาก เมื่อเรา จำลอง รูปแบบ การใช้จ่าย ที่เกิดขึ้นจริง ในช่วง อายุขัย ของทั้งคู่มากกว่า ระยะเวลา 30 ปีคงที่ ข้อมูลที่ แสดงให้เห็นว่า ผู้เกษียณ หลายคนอาจ ต้อง ประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์น้อย กว่า เงินฝากออมทรัพย์ ในสมมติฐาน ทั่วไป จะระบุ ” Blanchett เขียนใน งานวิจัย ของเขา

บางคน อาจพบว่า อัตรา การเปลี่ยน ของพวกเขา ที่เกิดขึ้นจริง มีโอกาสที่ จะอยู่ภายใต้ ร้อยละ 54 เขาบันทึก ส่วนหนึ่งของ เหตุผลที่คน อาจจะต้อง น้อยลง ก็คือ การบริโภค ของพวกเขา มีแนวโน้มที่จะ ลดลง ตามที่พวกเขา ชำระเป็น เกษียณอายุ ค่าใช้จ่าย อื่น ๆ ที่ หลายคนยัง หายไป เช่น Medicare และ ประกันสังคม ภาษี

แต่ก่อนที่จะ ถอนหายใจ ด้วยความโล่งอก เข้าใจว่า เท่าไหร่ที่คุณ ต้องการจะ ขึ้นอยู่กับ ปัจจัย หลายอย่าง ตัวอย่าง เช่นถ้าคู่ มีรายได้สูง ที่ บันทึกไว้ เป็นจำนวนมาก ในขณะที่ พวกเขาอาศัยอยู่ ในรัฐ มีรายได้สูง หักภาษี เช่น ย้าย ไปอยู่ที่ฟลอริดา แคลิฟอร์เนีย หรือ เท็กซัส ที่มี ภาษีรายได้ ไม่มี การเปลี่ยน อัตรา ของพวกเขา เกษียณ อาจจะ ใกล้ชิดกับ ร้อยละ 60 .

แต่ ถ้าทั้งคู่ มีรายได้ต่ำ ที่ไม่ได้ บันทึกไว้ เกษียณ มาก ในพื้นที่ที่มี ค่าใช้จ่ายสูง ที่พวกเขา อาจจำเป็นต้อง เปลี่ยน อัตรา ที่สูงขึ้น

“แม้ ว่า’ กฎของหัวแม่มือ ‘ อัตราการ ทดแทน ร้อยละ 70 ร้อยละ 80 เป็น ที่เหมาะสม ได้อย่างชัดเจน ก็ ไม่เหมาะ และยิ่งไปกว่า นั้นมัน เป็นที่ชัดเจนว่า อัตราการทดแทน มีความไวต่อ สัดส่วน ของค่าใช้จ่าย ก่อนหักภาษีเพื่อแสดง ภาษี ค่าใช้จ่ายใน ” Blanchett เขียน

เมื่อ คนถาม ฉันว่า พวกเขาต้องการ ที่จะ บันทึกเพื่อการเกษียณ หรือสิ่งที่ อัตราร้อยละ ของรายได้ ของพวกเขา ที่พวกเขา ควรจะ ได้รับการบันทึก ทุก paycheck ตอบสนอง มาตรฐาน ของฉันคือ “มันขึ้นอยู่ . ”

แต่ส่วนมาก ของผู้เกษียณ ในปัจจุบัน ต้องการที่จะ ใช้ชีวิต อย่างครบบริบูรณ์ เด็กและลูกหลาน ของพวกเขา อาจจะ ไม่ได้ อยู่ใกล้ ๆ ดังนั้นพวกเขาจึง ต้องมีงบประมาณ ในการเดินทาง จะเห็นพวกเขา และ จำนวนมากจะไม่ จ่ายปิด การจำนอง ของพวกเขาก่อน ที่พวกเขา ออกจากตำแหน่ง ดัง นั้น การคำนวณ การเกษียณอายุ อาจ แนะนำให้พวกเขา ต้องเปลี่ยน เกี่ยวกับ ร้อยละ 70 ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ของ รายได้ ของพวกเขา เป็นประจำทุกปี ก่อน เกษียณ เพราะ ค่าใช้จ่าย ของพวกเขาจะ ไม่ได้ ลดลง อย่างมาก ในการเกษียณอายุ

ยัง คง สูงกว่า สมมติฐานที่พบบ่อย ดังนั้นตอนนี้ อาจจะ มากเกินไป นำ คน ที่จะประเมิน เท่าไหร่ที่ พวกเขาจะ ต้องมีเงินทุน การเกษียณอายุ ของพวกเขา ตามการวิจัย โดยเดวิด Blanchett หัวของ การวิจัย สำหรับการเกษียณอายุการ จัดการลงทุน Morningstar หน่วยของ มอร์นิ่ง

มันขึ้น เพราะคุณจะต้อง คาดเดาเกี่ยวกับ สิ่งต่างๆมากมาย มัน ขึ้นอยู่ เพราะคุณ อาจจะกลายเป็น ป่วยมาก และ ถึงแม้ว่าคุณจะ ได้บันทึกไว้ เป็นจำนวนมาก คุณอาจ ไม่ได้ มี มากพอที่จะ ครอบคลุมค่าใช้จ่าย

มันจะไม่ สมควรที่จะ สลักบนร้อยละ โดยพลการ บางอย่างและ คิดว่าคุณมี หมายเลขของคุณ หมายเลขของคุณ จะต้องมี ส่วนบุคคล ให้กับคุณ

” คุณต้องมอง ไปที่สถานการณ์ ของคุณเอง ด้วยความช่วยเหลือ หากคุณต้องการ และ แล้ว สิ่งที่ เป็นเจ้าของ โดยสิ้นเชิง ที่จะกระทำการ ทำ และ การรักษาความปลอดภัย ทางการเงินของครอบครัว ของคุณ ในวันนี้และ ในอนาคต “ดอน Blandin ประธานและ ผู้บริหารระดับสูง ของนักลงทุน เชื่อถือการป้องกัน องค์กรไม่แสวงหากำไร ที่ให้การ ศึกษาของนักลงทุน กล่าวว่า

อสังหาฯพุ่งกว่า 100%   no comments

“ประไพ สิทธิ์ ตัณฑ์เกยูร” กรรมการผู้จัดการ บริษัท โบ๊ทเฮ้าส์หัวหิน จำกัด ระบุว่า ราคาที่ดินในชะอำช่วง 7-8 ปีที่ผ่านมาปรับขึ้นเร็วมาก จากปี 2547-2548 บริษัทซื้อที่ดินช่วงถนนเพชรเกษม กิโลเมตรที่ 222 มาพัฒนาโครงการในราคาเฉลี่ยไร่ละ 3 ล้านบาท หรือตารางวาละ 7.5 พันบาท ปัจจุบันปรับขึ้นมา 13 เท่าตัว เป็นไร่ละ 40 ล้านบาท หรือ ตร.ว.ละ 1 แสนบาท

ส่วนที่ดินทำเลติดหาดหัวหินบางแปลงตั้งราคาสูงถึงไร่ละ 80 ล้านบาท หรือ ตร.ว.ละ 2 แสนบาท ซึ่งจะต้องทำคอนโดฯขายในราคาไม่ต่ำกว่า ตร.ม.ละ 1 แสนบาท เนื่องจากหัวหิน-ชะอำมีกฎหมายควบคุมเรื่องความสูงอาคาร

คิวเฮ้าส์โวยที่ดินแพงเว่อร์ปัญหาใหญ่

กลับ มาดู”รัตน์ พานิชพันธ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ควอลิตี้ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ “คิวเฮ้าส์” กล่าวว่า ปัจจุบันราคาที่ดินแพงทุกจังหวัด และขยับขึ้นเร็วตั้งแต่มีข่าวเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน โดยเฉพาะจังหวัดที่ติดประเทศเพื่อนบ้าน

โดยที่ดินใน จ.อุดรธานีตั้งราคาไร่ละ 40-60 ล้านบาท หรือตารางวาละ 1-1.5 แสนบาท ส่วนที่ดินใน อ.แม่สอด จ.ตาก ราคาไร่ละ 15 ล้านบาท หรือตารางวาละ 3.75 หมื่นบาท ซึ่งไม่แน่ใจว่าราคาที่ดินสูงขนาดนี้จะตอบโจทย์การพัฒนาโครงการหรือไม่ และอาจจะทำให้เศรษฐกิจเกิดปัญหาในภายหลังได้เหมือนกับประเทศเวียดนามที่ราคา ที่ดินแพงมาก

กำลังเป็นภาวะอิหลักอิเหลื่อของผู้ประกอบการพัฒนาที่ดิน เพราะจู่ ๆ ดูเหมือนโครงการอสังหาริมทรัพย์ใต้ฟ้าเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็นเมืองหลวงหรือต่างจังหวัด ทั้งหัวเมืองหลัก-หัวเมืองรอง กำลังเผชิญต้นทุนราคาที่ดินขยับขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว ว่ากันว่าหลาย ๆ แปลงที่มีการตั้งราคาเสนอขายเป็นราคา “ปั่น” มากกว่าจะเป็นราคาจริง

โดยเฉพาะราคาที่ดินเมืองชายทะเลและเมืองเศรษฐกิจ เทียบราคาปีต่อปี (2555-2556) ขยับสูงขึ้น 30-100% ที่ดินหน้าหาดตอนนี้พูดกันถึงตัวเลข 100-120 ล้านบาท ที่น่าตะลึงกว่านั้นคือ “หาดใหญ่” จ.สงขลา บอกขายกันถึงไร่ละ 160 ล้านบาททีเดียว

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” สำรวจความเคลื่อนไหวราคาที่ดินในเมืองชายทะเล 3 โซนหลักได้แก่ “พัทยา หัวหิน-ชะอำ ภูเก็ต” พบว่ามีราคาสูงและปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยที่ดินติดหาดบางแปลงใน 3 เมืองดังกล่าวมีราคาตั้งแต่ไร่ละ 40-120 ล้านบาท ขณะที่เมืองเศรษฐกิจได้แก่ “ขอนแก่น อุดรธานี เชียงใหม่ หาดใหญ่” ทำเลย่านใจกลางมีราคาสูงถึงไร่ละ 40-160 ล้านบาท ทำให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์หาซื้อที่ดินที่มีราคาเหมาะสมกับการพัฒนาโครงการได้ยากขึ้น เมื่อพัฒนาแล้วไม่สามารถตั้งราคาที่สอดรับกับกำลังซื้อได้

ปีเดียวราคาพุ่ง 30-100%

“สัมมา คีตสิน” ผู้อำนวยการ REIC (ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์) บอกกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สถานการณ์ราคาที่ดินในเมืองชายทะเล ได้แก่ พัทยา หัวหิน-ชะอำ ภูเก็ต และจังหวัดเศรษฐกิจ อาทิ ขอนแก่น อุดรธานี นครราชสีมา อุบลราชธานี เชียงใหม่ ฯลฯ ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมาปรับสูงขึ้นอย่างรวดเร็วตั้งแต่ 30-100% เป็นราคาที่ขยับขึ้นเร็วและร้อนแรงเกินไป

โดยช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ที่ดินในหัวหินติดชายหาดบางแปลงราคาขยับขึ้นกว่า 30-60% จากไร่ละ 50-60 ล้านบาทเป็นไร่ละ 80 ล้านบาท เฉลี่ยตารางวาละ 2 แสนบาท ส่วนที่ดินบางแปลงบริเวณใจกลางเมืองขอนแก่นบนถนนศรีจันทร์ราคาสูงขึ้นกว่าเท่าตัว จากไร่ละ 40 ล้านบาท เป็นไร่ละกว่า 80 ล้านบาท

ขณะที่ราคาที่ดินบนถนนโพศรี ถนนสายหลักที่ตัดผ่านกลางเมืองอุดรธานีช่วงใกล้กับยูดีทาวน์ (มอลล์) และร้านวีทีแหนมเนืองจากไร่ละ 20-30 ล้านบาท เป็น 40-50 ล้านบาท

ปัจจัยมาจากบริษัทพัฒนาที่ดินจากกรุงเทพฯ และห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ขยายการลงทุนออกสู่ภูมิภาคมากขึ้น เศรษฐกิจต่างจังหวัดเติบโตดี การประกาศแผนลงทุนรถไฟความเร็วสูง และกระแสการเปิดประชาคมอาเซียนหรือเออีซี สิ่งที่ต้องติดตามคือแม้ว่าขณะนี้ยังไม่มีการเก็งกำไรราคาที่ดินชัดเจน แต่หากราคาที่ดินยังปรับขึ้นร้อนแรงก็อาจจูงใจให้เข้ามาซื้อที่ดินเก็งกำไรได้

พัทยาไร่ละ 100 ล้าน

“ชนะ นันทจันทูล” กรรมการผู้จัดการ บริษัท เซ็นจูรี่ 21 เรียลตี้ แอฟฟิลิเอทส์ (ประเทศไทย) จำกัด ธุรกิจที่ปรึกษาการลงทุนอสังหาฯ กล่าวในประเด็นเดียวกันว่า ราคาที่ดินในพัทยา หัวหิน-ชะอำ และภูเก็ตเมืองชายทะเลช่วง 1 ปีที่ผ่านมาปรับตัวสูงขึ้นเฉลี่ยกว่า 30-50% ส่งผลให้การซื้อที่ดินมาพัฒนาโครงการเริ่มเป็นไปได้ยาก เพราะต้นทุนที่ดินจะขึ้นไปสูงมาก ทำให้ผู้ประกอบการต้องมองหาทำเลใหม่ที่ราคาที่ดินยังไม่แพงมากนัก

ทั้งนี้ ที่ดินพัทยาและภูเก็ตรอบปีที่ผ่านมาปรับขึ้นเฉลี่ย 15-20% ถือว่าไม่มาก เนื่องจากราคาสูงอยู่แล้ว โดยโซน “นาเกลือ-วงศ์อมาตย์-ถนนพัทยาสาย 2″ มีคอนโดฯและโรงแรมเกิดขึ้นจำนวนมาก จากไร่ละกว่า 70-85 ล้านบาท ปัจจุบันตั้งราคาไร่ละ 80-100 ล้านบาท หรือ ตร.ว.ละ 2-2.5 แสนบาท ขณะที่ภูเก็ตที่ดินติด “หาดกะรน-หาดกมลา-หาดป่าตอง-หาดกะตะ” ซึ่งเป็นโซนที่มีราคาแพง จากไร่ละ 100 ล้านบาท ปัจจุบันน่าจะมีราคาไร่ละ 120 ล้านบาท หรือ ตร.ว.ละ 3 แสนบาท

ชะอำ 8 ปีราคาพุ่ง 13 เท่า

“การจะผลักดันเศรษฐกิจให้เติบโตได้ต้องมาจากภาคอสังหาฯก่อน แต่สถานการณ์ขณะนี้ต้นทุนที่ดินสูง ต่อไปอุตสาหกรรมก่อสร้าง วัสดุ ก็อาจจะนิ่งกันหมด ปัญหานับจากนี้ของวงการอสังหาฯ คือราคาที่ดิน ถ้าราคาขึ้นไปสูงถึงจุดหนึ่ง เราก็อาจจะต้องถอย เพราะซื้อมาทำแล้วไม่ได้กำไร อยู่เฉย ๆ จะดีกว่า การทำธุรกิจคงแค่ประคองไว้เท่านั้น” คำกล่าวแบบฟันธงของผู้บริหารคิวเฮ้าส์

ตะลึง “หาดใหญ่” ไร่ละ 160 ล้าน

ย้อนกลับขึ้นเหนือ “นนท์ หิรัญเชษฐ์” อุปนายกสมาคมอสังหาเชียงใหม่-ลำพูน เปิดเผยว่า ปัจจุบันราคาที่ดินในเชียงใหม่เพิ่มขึ้นเร็วโดยย่านใจกลางเมือง อาทิ “ถ.นิมมานเหมินท์-ถ.วิเชียรนนท์-ถ.ช้างคลาน ถ.ห้วยแก้ว” ราคาสูงถึงไร่ละกว่า 80 ล้านบาท หรือ ตร.ว.ละกว่า 2 แสนบาท ส่วน “ถ.สันกำแพง-น้ำพุร้อน” ซึ่งกำลังได้รับความนิยมจากผู้ประกอบการอสังหาฯ ปัจจุบันพัฒนาแล้วกว่า 10 โครงการ ปรากฏว่าในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาราคาปรับขึ้นถึง 100% จากไร่ละ 3-4 ล้านบาท เป็น 7-8 ล้านบาท

“เราเป็นห่วงว่าขณะนี้มีการปั่นราคาที่ดินจนสูงเกินจริง เรียกว่าที่ดินบางแปลงเห็นราคาแล้วจับไม่ลง ผลกระทบคือผู้ประกอบการหาที่ดินราคาเหมาะสมจะทำโครงการไม่ได้ และอาจทำให้ภาพรวมตลาดชะลอตัว”

ที่น่าสนใจที่สุดคือข้อมูลของ “พีระ หงส์ชยางกูร” กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บริษัท หาดใหญ่นครินทร์ จำกัด ธุรกิจที่มี บมจ.ศุภาลัยร่วมทุน ระบุว่า ปัจจุบันเริ่มหาซื้อที่ดินได้ยากขึ้น เนื่องจากราคาปรับขึ้นเร็วและสูงมาก

โดยที่ดินในถนนสายหลักกลางเมืองหาดใหญ่ในรอบ 1 ปีปรับขึ้นเฉลี่ย 20-100% แล้วแต่ทำเล ได้แก่ 1) ถนนนิพัทธ์อุทิศ 3 ราคาประเมินไร่ละ 60 ล้านบาท แต่ประกาศขายไร่ละ 100-120 ล้านบาท (2.5-3 แสนบาท/ตร.ว.) ปรับขึ้นจากปีก่อนประมาณ 20%

2) ถนนประชาธิปัตย์ ราคาประเมินไร่ละ 160 ล้านบาท (4 แสนบาท/ตร.ว.) ส่วนราคาตลาดคาดว่าไม่ต่ำกว่า 180 ล้านบาท ปรับขึ้นจากปีก่อนประมาณ 20% 3) ถนนบ้านพรุและถนนสายสนามบินที่มีโครงการบ้านจัดสรรหลายโครงการ

ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาราคาปรับขึ้น 100% จากไร่ละ 2-3 ล้านบาท เป็นไร่ละ 4-6 ล้านบาท และ 4) ถนนควนลังและถนนปุณณกันต์ ราคาปรับขึ้น 100% จากไร่ละ 3-4 ล้านบาท เป็นไร่ละ 6-8 ล้านบาท

Written by admin on April 12th, 2013

Tagged with ,