Archive for the ‘กลยุทธ์การลงทุน’ tag

ป.ป.ช.มีมติส่งแนวทางป้องกันการทุจริตโครงการจัดการน้ำ 3.5 แสนลบ.ให้รัฐบาล   no comments

นายกล้านรงค์ จันทิก กรรมการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แถลงถึงแนวทางและมาตรการของ ป.ป.ช. ในการป้องกันการทุจริตโครงการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน และระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศไทย วงเงิน 3.5 แสนล้านบาทว่า ที่ประชุม ป.ป.ช. มีมติเอกฉันท์เห็นชอบตามข้อเสนอแนะของอนุกรรมการมาตรการป้องกันการทุจริต ในการส่งข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณามาตรการป้องกันการ ทุจริตและความเสียหายของทางราชการในการดำเนินโครงการดังกล่าวโดยอาศัยอำนาจ ตามมาตรา 19 (11) แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542

 

เนื่องจาก ป.ป.ช.พิจารณาแล้วเห็นว่าโครงการดังกล่าวมีการใช้งบประมาณจำนวนมาก และมีจุดเสี่ยงหลายจุด พร้อมยืนยันมติ ป.ป.ช.ครั้งนี้ ไม่เกี่ยวกับการประชุมผู้นำน้ำโลกที่จังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงไม่ได้เป็นการกล่าวหารัฐบาลว่าอาจมีการทุจริต แต่เพื่อให้มีการปรับปรุงการใช้งบประมาณให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพตามกฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา 19(11) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรัฐบาลว่าจะพิจารณาอย่างไร

 

“การเสนอแนะมาตรการการป้องกันทุจริตให้รัฐบาลเพราะมีความห่วงใยและไม่ได้ขัดขวางโครงการ แต่ต้องการให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จ มีความโปร่งใส ส่วนรัฐบาลจะนำไปปฏิบัติหรือไม่ ป.ป.ช.ไม่มีอำนาจ เป็นหน้าที่ของรัฐบาลจะพิจารณา” นายกล้านรงค์กล่าว

 

ด้านนาย พรายพล คุ้มทรัพย์ อดีตอาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า การดำเนินโครงการออกแบบก่อสร้างระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของรัฐบาลมี ลักษณะที่เร่งรีบและรวบรัดเมื่อเทียบกับการดำเนินโครงการตามปกติการคัดเลือก ผู้รับจ้าง หรือการแข่งขันของบริษัทที่ยื่นข้อเสนอมีไม่มากเท่าที่ควร

 

อีกทั้งการจ้างเหมายังเป็นการจ้างเหมาแบบเบ็ดเสร็จในรูปแบบdesign build เป็นการกำหนดให้ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบทั้งการออกแบบและก่อสร้างในแต่ละโมดูล การรวมงานที่มีลักษณะที่หลากหลาย ดำเนินการในพื้นที่หลายแห่ง และที่ต้องใช้เงินเป็นจำนวนมาก ให้มาอยู่ในสัญญาเดียวกัน มีแนวโน้มทำให้การตรวจรับงาน การควบคุมงาน และการเบิกจ่ายมีความยุ่งยากมากขึ้น ผู้ว่าจ้างจำเป็นต้องมีบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ และมีความซื่อสัตย์อย่างสูง หากทางราชการไม่สามารถรองรับงานเหล่านี้ได้เป็นอย่างดีและมีประสิทธิภาพ ก็จะเป็นช่องทางให้เกิดการทุจริตได้

 

ดัวยเหตุนี้จึงได้มีข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาลเพื่อพิจารณาให้หน่วยงานที่เกี่ยงข้องพิจารณาดังนี้คือ ในการพิจารณาคัดเลือกผู้รับจ้าง ควรกำหนดหลักเกณฑ์การคัดเลือกให้ชัดขึ้นเพื่อให้การคัดเลือกเป็นไปด้วยความโปร่งใส

 

ส่วนการทำสัญญาจ้างไม่ควรรวมงานที่มีความหลากหลายทั้งในแง่ของลักษณะงานและในด้านพื้นที่ก่อสร้างไว้ในสัญญาเดียวกัน ควรแสกสัญญาเพื่อกระจายความเสี่ยงด้านการบริหารจัดการ และการกำกับโครงการและตรวจรับงาน ควรมอบหมายหน่วยงานราชการที่มีภารกิจเกี่ยวข้องโดยตรงเป็นผู้รับผิดชอบ มีกลไกตรวจสอบงานแบบ check and balance เพื่อป้องกันการทุจริต รวมทั้งควรให้เครือข่ายภาคเอกชนต่อต้านการคอรัปชั่นได้เข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบการดำเนินโครงการ

 

วานนี้นายเมธีครองแก้ว ประธานคณะอนุกรรมการมาตรการป้องกันการทุจริต ได้สรุปแนวทางและมาตรการป้องกันการทุจริตโครงการลงทุนระบบบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย 3.5 แสนล้านบาทของรัฐบาล โดยหนังสือสรุปแนวทางและมาตรการป้องกันดังกล่าวมีประมาณ 10 หน้า ชี้จุดเสี่ยง 7-8 จุด ตั้งแต่เริ่มโครงการ การเลือกผู้รับเหมาก่อสร้าง ซึ่งจุดใหญ่จะมีเรื่องความเสียหายที่มาจากความไม่พร้อมในเรื่องของที่ดิน กรรมสิทธิ์ที่ดิน

ตามดูตัวเลขงบประมาณ   no comments

 

สำหรับโครงการสร้างอ่างเก็บน้ำหากเป็นอ่างขนาดเล็กความจุไม่เกิน 100 ล้านลูกบาศก์เมตร หรืออยู่ในพื้นที่ชลประทานเกิน 80,000 ไร่ ก็ไม่ต้องทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ตามที่สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม (สผ.) กำหนด

 

“ในทั้งหมดนี้ ส่วนใหญ่อยู่ในแผนของกรมชลประทานอยู่แล้ว มีบางส่วนที่เป็นอ่างขนาดเล็ก ๆ สามารถก่อสร้างได้ทันที มีประมาณ 5-6 แห่ง เช่น น้ำปาด แม่วงก์ก็น่าจะใกล้แล้ว เพราะอยู่ระหว่างขั้นตอนการทำอีเอไอ”

 

ITD เสนอแค่ 18 แห่ง

 

แหล่ง ข่าวจากกลุ่มบริษัท อิตาเลียนไทย-พาวเวอร์ไชน่า กล่าวว่า กลุ่มบริษัทเสนอสร้างอ่างเก็บน้ำตามโมดูล 5 จำนวน 18 แห่ง เพื่อให้อยู่ในงบประมาณ 50,000 ล้านบาท มีความจุกักเก็บน้ำรวมเกินจากที่ทีโออาร์กำหนด คืออยู่ที่ 1,500 ล้าน ลบ.ม. ส่วนที่ตัดออกมีอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำเฮี้ย อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ อ่างเก็บน้ำคลองวังเจ้า ต.โกสัมพี อ.โกสัมพี จ.กำแพงเพชร อ่างเก็บน้ำในลุ่มน้ำอื่น ๆ โดยมองว่าไม่มีความจำเป็น ทั้งนี้ใน 18 แห่งนี้อยู่ในตำแหน่งตามทีโออาร์กำหนด จะมีขยับบ้างแต่ไม่ส่งผลกระทบมากนัก เพื่อให้อยู่ในวงเงินที่จำกัด ด้านการเก็บกักน้ำโดยรวมอ่างเก็บน้ำจะจุน้ำได้น้อยเพราะเป็นอ่างขนาดเล็ก เพื่อลดผลกระทบ เช่น อ่างเก็บน้ำลุ่ม

 

แหล่งข่าวจากคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า นอกจากโมดูล 5 การจัดทำทางผันน้ำ (ฟลัดเวย์) พื้นที่ฝั่งตะวันออกและตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา มูลค่า 153,000 ล้านบาท หนึ่งในโครงการลงทุนก่อสร้างระบบป้องกันน้ำท่วมระยะยั่งยืน วงเงินลงทุนรวม 3 แสนล้านบาท ที่ได้รับความสนใจจากผู้เข้าประมูลน้ำแล้ว โมดูล A1 การสร้างอ่างเก็บน้ำ มูลค่า 50,000 ล้านบาท ก็ได้รับความสนใจไม่แพ้กัน โดยโมดูลดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมชิงประมูล 2 ราย คือ บริษัท โคเรีย วอเตอร์ รีซอสเซส คอร์ปอเรชั่น (เค.วอเตอร์) และกลุ่มบริษัท อิตาเลียนไทย-พาวเวอร์ไชน่า

ทั้งนี้ ทีโออาร์กำหนดให้สร้างอ่างเก็บน้ำขนาดความจุเก็บกักประมาณ 1,300 ล้านลูกบาศก์เมตร ในพื้นที่ลุ่มน้ำปิง ยม น่าน สะแกกรัง และป่าสัก เพื่อบริการจัดการน้ำการชลประทาน โดยเน้นการป้องกันน้ำท่วม ค่าก่อสร้างไม่เกิน 50,000 ล้านบาท จำนวน 21 แห่ง ให้แล้วเสร็จใน 5 ปี โดยตัดโครงการแก่งเสือเต้นออก เน้นสร้างอ่างพื้นที่ลุ่มน้ำยมตอนบน-ตอนล่างแทน

เปิดจุดสร้าง 23 อ่างเก็บน้ำ

ประกอบด้วย 1.อ่างเก็บน้ำในลุ่มน้ำยม 8 แห่ง ที่ ต.เตาปูน อ.สอง จ.แพร่, แม่น้ำยมตอนบน ต.สะเอียบ อ.สอง จ.แพร่, แม่ตีบ ต.แม่ตีบ อ.งาว จ.ลำปาง, แม่อ้อน 2 ต.บ้านอ้อน อ.งาว จ.ลำปาง, ห้วยโป่งผาก ต.เวียงมอก อ.เถิน จ.ลำปาง, แม่แลง ต.เวียงต้า อ.ลอง จ.แพร่, น้ำงิม ต.งิม อ.ปง จ.พะเยา และอ่างเก็บน้ำในลุ่มน้ำสาขาของลุ่มน้ำยมที่เหมาะสม

2.อ่างเก็บน้ำแม่วงก์ ต.แม่เลย์ อ.แม่วงก์ จ.นครสวรรค์ 3.อ่างเก็บน้ำแม่แจ่ม ต.แม่นาจร อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ 4.อ่างเก็บน้ำคลองวังชมพู ต.ชมพู อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก 5.อ่างเก็บน้ำแม่ขาน ต.น้ำบ่อหลวง อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ 6.อ่างเก็บน้ำที่น้ำปาด ต.ฟากท่า อ.ฟากท่า จ.อุตรดิตถ์ 7.อ่างเก็บน้ำคลองสวนหมาก ต.โป่งน้ำร้อน อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร 8.อ่างเก็บน้ำห้วยตั้ง ต.ป่าพลู อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน 9.อ่างเก็บน้ำคลองขลุงล่าง ต.คลองลานพัฒนา อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร 10.อ่างเก็บน้ำห้วยฉลอม ต.ท้องฟ้า อ.บ้านตาก จ.ตาก 11.อ่างเก็บน้ำห้วยพังงา ต.บ้านฝาย อ.น้ำปาด จ.อุตรดิตถ์

12.อ่างเก็บน้ำห้วยท่าพล ต.ท่าพล อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ 13.อ่างเก็บน้ำสมุน อ.เมืองน่าน จ.น่าน 14.อ่างเก็บน้ำห้วยน้ำเฮี้ย อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ 15.อ่างเก็บน้ำคลองวังเจ้า ต.โกสัมพี อ.โกสัมพี จ.กำแพงเพชร และ 16.อ่างเก็บน้ำในลุ่มน้ำ

“ในการยื่นข้อเสนอทางเอกชนจะต้องมีการปลูกป่าทดแทนพื้นที่ป่าถูกน้ำท่วมอย่างน้อย 3 เท่าของพื้นที่ เป็นการชดเชยพื้นที่ที่นำมาสร้างอ่างเก็บน้ำให้กับกรมอุทยาน เพราะที่ตั้งสร้างอ่างส่วนใหญ่เป็นพื้นที่อุทยาน รวมถึงจ่ายค่ารื้อย้ายค่าปลูกป่า ค่าบำรุงรักษาต่อเนื่อง 3 ปีในอัตราเฉลี่ยประมาณ 6,800 บาทต่อไร่” แหล่งข่าวจาก กบอ.กล่าวและว่า

 

น้ำยมตอนบนต้องเก็บความจุได้ประมาณ 700-800 ล้าน ลบ.ม. แต่เก็บได้ 100 ล้าน ลบ.ม. ส่วนแม่น้ำยมตอนล่างต้องเก็บได้ 1,300 ล้าน ลบ.ม. จะเก็บได้จริงแค่ 600 ล้าน ลบ.ม. หรืออ่างเก็บน้ำแม่วงก์ก็เก็บได้ 258 ล้าน ลบ.ม. แต่จะเพิ่มระบบการจัดการน้ำ เช่น ติดตั้งเครื่องมือ

“ดูแล้วที่น่าจะทำได้เลยคือ อ่างเก็บน้ำแม่อ้อน 2 และแม่แลง เพราะกรมชลฯทำขั้นตอนผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้นหรือไออีอี อ่างเก็บน้ำแม่วงก์ เพราะกำลังทำอีไอเอเปิดรับฟังความคิดเห็นประชาชน เราไม่ต้องทำอีไอเอใหม่ เป็นต้น”

เค.วอเตอร์นำเทคโนโลยีมาเสริม

แหล่งข่าวจากบริษัท เค.วอเตอร์ กล่าวว่า โครงการสร้างอ่างเก็บน้ำนั้น บริษัทเสนอรูปแบบตามที่กรมชลประทานศึกษาไว้ และผลการประเมินราคาก่อสร้างอยู่ในวงเงิน 50,000 ล้านบาท ทั้ง 23 โครงการ แยกเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.โครงการที่ผ่านอีไอเอแล้ว จะเสนอรูปแบบวิธีการก่อสร้างให้ทันสมัยจากประเทศเกาหลีใต้มาก่อสร้าง เพื่อให้รวดเร็วและกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ให้น้อยที่สุด แต่ยึดตามแบบเดิมของกรมชลประทาน

2.กลุ่มโครงการที่บริษัทแนะนำว่าควรจะสร้าง เมื่อดูว่าสามารถบริหารจัดการน้ำได้ผล ซึ่งจะมีแบบและศึกษาไว้เบื้องต้นจะต้องทำอีไอเอเพิ่ม และ 3.กลุ่มเสนอแนะให้สร้างเพิ่ม

แหล่งข่าวจาก กบอ.กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้คณะกรรมการอยู่ระหว่างตรวจสอบเอกสารคุณสมบัติของทั้ง 4 กลุ่ม ว่าจัดเตรียมเอกสารครบถ้วนหรือไม่ในแต่ละโมดูล เช่น หลักประกันซอง หลักฐานการจดทะเบียนบริษัท การมอบอำนาจ เป็นต้น ที่มายื่นประมูลบริหารจัดการน้ำทั้ง 9 โมดูล วงเงินลงทุน 291,000 ล้านบาท

ประกอบด้วย 1.บริษัท โคเรีย วอเตอร์ รีซอสเซส คอร์ปอเรชั่น (เค.วอเตอร์) 2.กลุ่มบริษัทอิตาเลียนไทย-พาวเวอร์ไชน่า 3.กลุ่มบริษัทค้าร่วมล็อกซเล่ย์ และ 4.กิจการร่วมค้าซัมมิท เอสยูที

“กลุ่มไหนเตรียมเอกสารมายื่นไม่ครบจะถูกตัดสิทธิ์ แต่เพราะเอกสารมีมากจะใช้เวลาตรวจสอบสักระยะหนึ่ง คาดว่าจะแล้วเสร็จและทราบผลในสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้ และประกาศผลผู้ชนะประมูลทันในวันที่ 4 มิถุนายนนี้” แหล่งข่าวกล่าว

ศาลฟ้องคดีเงินกู้   no comments

นอก จากนี้ ศาลยังมีมติ 5 ต่อ 4 รับคำร้องการแก้ไขรัฐธรรมนุญมาตรา 68 ที่นายวรินทร์ เทียมจรัส ขอให้ศาลวินิจฉัยรับไว้พิจารณาด้วย แต่คำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 190 ซึ่งเป็นอีกคำร้องของนายวรินทร์ นั้น ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติไม่รับคำร้อง ส.ส. 134 คน ที่ยื่นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรให้ศาลวินิจฉัยสมาชิกภาพการเป็น ส.ส. ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 106 (5) ประกอบมาตรา 102 (6) หรือไม่ หลังจากกระทรวงกลาโหมได้มีคำสั่งปลดร.ต.อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ออกจากนายทหารกองหนุน โดยที่ประชุมมีมติรับคำร้องด้วยคะแนน 7 ต่อ 2 โดย 2 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่ไม่รับคำร้องคือนายนุรักษ์ มาประณีต และนายชัช ชลวร โดยให้เหตุผลว่า คดีดังกล่าวยังไม่เป็นข้อยุติ และหลังจากนี้จะให้ผู้ถูกร้องส่งคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนด หรือประมาณ 15 วัน

 

ส่วนกรณีที่นายบวร ยสินทร และคณะขอให้ศาลวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 68 ว่า ประธานรัฐสภาที่ 1 กับพวก 315 คน ดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 190 ซึ่งมีหลักการที่จำกัดสิทธิ และการมีส่วนร่วมของประชาชน ริดรอนพระราชอำนาจในการมีพระบรมราชวินิจฉัย และมีผลนำไปสู่การล้มล้างการปกครอง หรือได้มาซึ่งอำนาจการปกครองประเทศ โดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนั้น ศาลเห็นว่าการแก้ไขมาตรา 190 เป็นคนละกรณีกับการแก้มาตรา 68 จึงไม่มีมูลที่จะฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญมาตรา 68 จึงมีมติไม่รับคำร้อง

 

 

การลงทุนในตลาดทองคำ   no comments

กลยุทธ์การลงทุน วายแอลจีมีมุมมองว่า ราคาทองคำยังมีการเคลื่อนไหวผันผวน คาดการณ์ว่าราคาทองคำพยายามรักษาระดับราคา โดยถ้าราคามีการปรับตัวลดลงและไม่หลุดแนวรับนักลงทุนยังสามารถเข้าซื้อทองคำ เพื่อลงทุนระยะสั้นจากการแกว่งตัวของราคาทองคำ ซึ่งคาดการณ์แนวรับที่ระดับราคา 1,450 หรือ 1,440 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยหากราคาทองคำสามารถยืนเหนือแนวรับได้ราคามีโอกาสขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ ระดับราคา 1,485 หรือ 1,496 ดอลลาร์ต่อออนซ์แต่หากราคาทองคำหลุดแนวรับ 1,440 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนะนำให้ชะลอการลงทุนเพื่อรอดูสถานการณ์

ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) มีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 0-0.1% ซึ่งเป็นไปตามการคาดการณ์ของตลาด พร้อมกับยืนยันว่าจะเดินหน้าโครงการเพิ่มฐานเงินที่อัตรา 60-70 ล้านล้านเยนต่อปีเพื่อเพิ่มปริมาณเงิน โดยธนาคารกลางญี่ปุ่นจะอัดฉีดเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในระยะเวลา 2 ปี ซึ่งมีเป้าหมายที่จะจัดการกับภาวะเงินฝืด อย่างไรแล้วราคาทองคำไม่ได้ขยับขึ้นรับข่าวดังกล่าวเนื่องจากผลการประชุม เป็นไปตามคาดการณ์ และราคาทองคำได้มีการปรับตัวขึ้นรับกระแสข่าวดังกล่าวไปแล้ว อย่างไรแล้ว ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นจากรัฐบาลซีเรียอาจใช้อาวุธเคมีกับกองกำลังฝ่ายตรง ข้าม อันเนื่องมาจากความขัดแย้งภายในประเทศ โดยทำเนียบรัฐบาลสหรัฐระบุว่า หน่วยข่าวกรองของสหรัฐประเมินด้วยความมั่นใจในระดับหนึ่งว่ารัฐบาลทหารของ ซีเรียใช้อาวุธเคมีครอบคลุมพื้นที่ขนาดเล็ก โดยเฉพาะสารเคมี Sarin ซึ่งความกังวลดังกล่าวทำให้นักลงทุนจับตาดูเสถียรภาพในอ่าวอาหรับ ทั้งนี้ราคาน้ำมันดับที่ปรับตัวสูงขึ้นได้รับแรงหนุนให้กับราคาทองคำ  ขณะที่ราคาทองคำกำลังเผชิญกับแรงขายทำกำไรเมื่อราคาขยับขึ้นทดสอบโวนแนวต้าน ที่ระดับ 1,485-1,504 โดยผู้ที่ซื้อทองคำที่ระดับราคาต่ำก่อนหน้านี้ อาจจะมีการขายทำกำไรออกมาส่งผลให้เมื่อราคาทองคำขยับขึ้นยังคงเห็นแรงขายใน ตลาดทองคำ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาราคาทองคำมีการแกว่งตัวเคลื่อนไหวผันผวน เบื้องต้นวายแอลจีประเมินว่า หากราคาทองคำยืนเหนือบริเวณ 1,450-1,440 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ราคาทองคำจะดีดตัวขึ้นไปทดสอบบริเวณ 1,485 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือ 1,496 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยยังเน้นกลยุทธ์การลงทุนในระยะสั้นและทำกำไรจากการแกว่งตัวหากราคาทองคำ สามารถยืนเหนือโซนแนวรับดังกล่าวได้มีโอกาสที่ราคาจะขึ้นทดสอบแนวต้านด้านบน แต่หากไม่สามารถยืนได้ราคาก็มีโอกาสอ่อนตัวลงทดสอบแนวรับบริเวณ 1,425 ดอลลาร์ต่อออนซ์

 

แนะนำแหล่งทำงเงินใน กทม.   no comments

Posted at 10:58 am in แหล่งธุรกิจ

นายจรัสพันธ์ วัชโรทัย ผู้อำนวยการฝ่ายการเดินรถ ในฐานะผู้อำนวยการตลาดนัดจตุจักร เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า หลังจากที่การรถไฟฯได้เข้าไปบริหารตลาดนัดจตุจักรครบรอบ 1 ปีเมื่อเดือนมกราคม 2556 ที่ผ่านมา ล่าสุดอยู่ระหว่างดำเนินการพัฒนาและปรับปรุงตลาดใหม่ ทั้งติดตั้งวัสดุต่าง ๆ ตกแต่งให้เกิดความสวยงาม พร้อมทั้งจัดโซนร้านค้าให้หาได้ง่ายขึ้นตามแผนจะใช้วงเงินดำเนินการประมาณ 234 ล้านบาท แบ่งเป็น 2 เฟส โดยเฟสแรกจะเริ่มดำเนินการภายในเดือนมีนาคมนี้ วงเงิน 114 ล้านบาท เป็นการปรับปรุงถนนทางเดินภายนอกและภายในซอย โครงการต่าง ๆ ด้วยการนำกระเบื้องที่มีลวดลายสวยงามมาปูบริเวณทางเดิน พร้อมทั้งขีดสัญลักษณ์บอกทางไปตามร้านค้าโซนต่าง ๆ เพื่อให้นักท่องเที่ยวต่างชาติและลูกค้าที่เป็นคนไทยสามารถเดินช็อปปิ้งได้ง่าย ใช้เวลาดำเนินการประมาณ 4 เดือน คาดว่าจะเสร็จในเดือนกันยายนนี้

ส่วนเฟสที่ 2 ใช้เงินลงทุนประมาณ 120 ล้านบาท เริ่มดำเนินการในปีงบประมาณ 2557 หรือประมาณเดือนตุลาคมเป็นต้นไป เป็นโครงการปรับปรุงโครงสร้างอาคาร เช่น หลังคา ระบบระบายน้ำภายในตลาดทั้งหมด ใช้เวลาดำเนินการภายใน 6 เดือน คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคม 2557

“เหตุผลที่ต้องปรับปรุง เนื่องจากโครงสร้างเดิมทรุดโทรมมาก ไม่ได้มีการปรับปรุงเลย เป็นการปรับโฉมให้ทันสมัยมากขึ้น แต่ยังคงคอนเซ็ปต์เป็นตลาดนัดติดแอร์อยู่เหมือนเดิม แต่ต้องการเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับผู้ค้าและลูกค้าด้วย”

นายจรัสพันธ์กล่าวว่า ผลดำเนินการในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา การรถไฟฯสามารถทำรายได้จากการบริหารพื้นที่ตลาดได้มากกว่ากรุงเทพมหานคร (กทม.) เคยจ่ายค่าเช่าให้กับการรถไฟฯ โดยสามารถจัดเก็บรายได้เฉลี่ย 38 ล้านบาท/เดือน ขณะที่ในอดีต กทม.จ่ายค่าเช่าให้การรถไฟฯ ปีละ 20 ล้านบาท ด้านค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 13 ล้านบาท เป็นค่าจ้างบริษัทข้างนอกมาดำเนินการ โดยทำสัญญาจ้างระยะยาวปีต่อปี เช่น พนักงานทำความสะอาด พนักงานรักษาความปลอดภัย และจัดการจราจร เป็นต้น

“ค่าเช่าซึ่งเดิมการรถไฟฯจะต้องปรับเพิ่มขึ้น จากเดิมเก็บอยู่ประมาณ 3,000 กว่าบาทต่อแผงต่อเดือน หลังจากครบ 2 ปีแล้ว แต่ปัจจุบันยังไม่ได้พิจารณา ผมเรียนว่าต้องขอดูสภาพเศรษฐกิจและการค้าของตลาดมาประกอบกันด้วย” นายจรัสพันธ์กล่าว

หุ้นไทยซบ   no comments

Posted at 2:54 am in การลงทุน

นางจิตรา อมรธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ฟินันเซีย ไซรัส กล่าวถึงภาพรวมตลาดหุ้นไทยในวันที่ 8 ก.พ.55 มีการเคลื่อนไหวผันผวน หลังไม่สามารถวิ่งผ่าน 1500 จุด ทำให้ดัชนีลงกลับมาพักฐาน และปิดอยู่ในแดนลบในวันนี้ อีกทั้งยังมีแรงซื้อจากนักลงทุนต่างชาติ และนักลงทุนไทยเนื่องจากเป็นช่วงวันสุดท้ายของสัปดาห์ อีกทั้งสัปดาห์หน้าเป็นเทศกาลหยุดยาวของจีน ทำให้ภาพรวมตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเซียค่อนข้างเงียบเหงา ดังนั้นนักลงทุนจึงมีการพักพอร์ตการลงทนุไว้ชั่วคราว

กลยุทธ์การลงทุนแนะนำ หากดัชนีปรับตัวลงแนะนำเทรดดิ้งได้ เนื่องจาก เชื่อว่า ยังมีแรงซื้อจากเม็ดเงินต่างชาติ ซึ่งอาจส่งผลให้ดัชนีขยับขึ้นต่อได้ โดยให้แนวรับที่ 1,480 จุด แนวต้านที่ 1,515 จุด
ขณะที่ทิศทาง ตลาดหุ้นสัปดาห์หน้า คาดว่า น่าจะแกว่งตัวผันผวนต่อ ถึงแม้จะเป็นช่วงวันหยุดยาวของจีน แต่เชื่อว่ายังมีเงินไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง จากเม็ดเงินต่างชาติ ทั้งในตลาดหุ้น และตลาดตราสารหนี้ ดังนั้นจะส่งผลให้ดัชนีแกว่งตัวผันผวนได้ต่อเนื่องระหว่างแดนบวกและแดนลบ