Archive for the ‘ผู้ประกอบการ’ tag

แผนการตลาดในเครือเซนทรัล   no comments

ทั้ง นี้หลังการปรับโฉมศูนย์การค้าจิวเวลรี่ เทรดเซ็นเตอร์ ไม่เพียงการปรับพื้นที่ 2.2 หมื่น ตร.ม.ใหม่ แบ่งเป็นพื้นที่ 45% สำหรับแฟชั่นเอาต์เลต 45% เป็นสินค้าจิวเวลรี่ และอีก 10% เป็นพื้นที่ของอาร์ตแกลเลอรี่ ซึ่งบางส่วนของอาร์ตแกลเลอรี่จะต้องย้ายไปเปิดที่บ้านสีลม นอกจากนี้ได้ปรับโลโก้และเปลี่ยนชื่อจากจิวเวลรี่ เทรดเซ็นเตอร์ เป็น “จี ที ซี” เพื่อเป็นการสร้างแบรนด์ใหม่และสร้างการรับรู้ใหม่สำหรับรองรับการเป็น จิวเวลรี่ช็อปปิ้งแอนด์อาร์ตเซ็นเตอร์ และคาดว่าการเปิดตัวของโซนแฟชั่นและปรับพื้นที่ใหม่นี้จะสามารถเพิ่มทราฟฟิก ลูกค้าจาก 5,000 คนต่อวัน เป็น 30,000 คนต่อวัน

ซึ่ง ในส่วนของโซนจิวเวลรี่มีร้านค้าอยู่ 300 ร้าน และเตรียมขยายเฟส 2 เพิ่มเติมอีก 300 ร้าน โดยจะพัฒนาในพื้นที่ของศูนย์การค้าในอนาคตที่ยังมีที่ดินเหลืออีก 3 ไร่ เช่นเดียวกับมีแผนขยายตลาดสู่อาเซียน 10 ประเทศ โดยมองว่าประเทศพม่า จีน และอินโดนีเซีย เป็นประเทศในกลุ่มที่มีโอกาส รวมถึงประเทศนอกอาเซียนอย่าง จีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ภายใต้งบประมาณไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท ภายใน 5 ปีจากนี้

อย่าง ไรก็ดีด้วยทำเลที่ตั้งที่มีศักยภาพซึ่งแวดล้อมไปด้วยสำนักงานออฟฟิศและที่ พักอาศัยคอนโดมิเนียมของกลุ่มลูกค้าทั้งคนไทยและต่างชาติ จึงตัดสินใจปรับโฉมศูนย์การค้าใหม่และได้ปรับพื้นที่ใหม่ ด้วยการเปิดเป็นแฟชั่นเอาต์เลตใจกลางเมืองแห่งแรกในเมืองไทย โดยได้ดึงซัพพลายเออร์นำแบรนด์แฟชั่นกว่า 500 แบรนด์ เข้ามาเปิดภายใต้คอนเซ็ปต์ “บางกอก แฟชั่น เอาต์เลต” มาลดราคา 30-90 % ตลอดทั้งปี

พร้อม กันนี้ได้เตรียมจัดเซลโปรโมชั่นหมุนเวียนดีไซเนอร์แบรนด์ต่าง ๆ มาจัดอีเวนต์ลดราคาภายในศูนย์หมุนเวียนกันต่อเนื่องเพื่อสร้างสีสัน โดยตั้งเป้ากลุ่มลูกค้าชาวไทย 60% และต่างชาติ 40% ด้วยชูจุดเด่นของทำเลที่ตั้งและการมีแม็กเนตแฟชั่นเอาต์เลตใจกลางสีลมที่ เดินทางสะดวก ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นปัจจัยทำให้เอาต์เลตแห่งนี้ประสบความสำเร็จ หลังจากนั้นมีแผนที่จะขยายบางกอก แฟชั่น เอาต์เลตไปยังทำเลต่าง ๆ ที่มีศักยภาพและตอบโจทย์ตลาด ซึ่งสำหรับการลงทุนเอาต์เลตในอนาคตคาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 200-300 ล้านบาท สำหรับพื้นที่ประมาณ 10,000 ตร.ม.

“นัก ท่องเที่ยวต่างชาติส่วนใหญ่มาที่กรุงเทพฯกันเยอะ แต่ยังไม่มีเอาต์เลตรองรับการช็อปปิ้ง และยังไม่มีใครทำอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งบางกอก แฟชั่น เอาต์เลต ถือเป็นเอาต์เลตแห่งแรกของเซ็นทรัล รีเทล สำหรับการต่อยอดธุรกิจก็ต้องดูกระแสตอบรับจากลูกค้า เราอาจจะขยายสาขาไปในใจกลางเมืองต่างจังหวัด เพราะคิดว่าในแต่ละทำเลซิตี้เอาต์เลตควรจะมี 1-2 แห่งก็เพียงพอแล้ว”

ธุรกิจร้านอาหาร   no comments

“การ ทำโครงการดังกล่าวจะมี ผลโดยตรงต่อการเพิ่มจำนวนพ่อครัวแม่ครัวร้านอาหารไทยที่จะมีโอกาสเติบโตใน ต่างประเทศ และเพิ่มการนำเข้าวัตถุดิบอาหารไทย เช่น ข้าวหอมมะลิ เครื่องเทศ และเครื่องปรุงอาหาร” นางศรีรัตน์กล่าว

ไทยที่ได้ตรารับรองไทยซีเล็คที่ปัจจุบันมีการรับรองไป แล้วประมาณ 1,200 ร้าน จากจำนวนร้านที่เปิดบริการทั่วโลกกว่าหมื่นร้าน โดยตั้งเป้าจะมอบเพิ่มอีกปีละ 5-10% หรือกว่า 100 ราย

พร้อมกันนี้ จะร่วมมือกับหน่วยงานไทยในต่างประเทศ เพื่อจัดแคมเปญหรือการประชาสัมพันธ์ให้คนทั่วโลกได้รู้ถึงความหมายและเรื่อง ราวของอาหารไทย และความแตกต่างของวัตถุดิบที่ใช้ปรุงอาหาร ผ่านการเชิญนักเขียนด้านอาหารของประเทศต่างๆ มาร่วมงานแสดงสินค้าอาหารในไทย และจัดชมการสาธิตอาหารไทย รวมถึงร่วมกับสถาบันสอนอาหารไทยเพื่อจัดสาธิตการทำอาหารไทยในต่างแดน หรือประเทศใดมีศักยภาพสูงก็จะร่วมจัดทำโรงเรียนสอนการทำอาหารไทยในต่างแดน หรือจัดทำหลักสูตรสอนอาหารไทยในสถาบันสอนอาหารต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้มีการทำแล้วที่ประเทศญี่ปุ่น

 

ธุรกิจเครื่องดื่มกำลังมาแรงในหน้าร้อน   no comments

นาย ชนินทร์กล่าวว่า สำหรับเครื่องดื่มทั้ง 4 กลุ่ม มีมูลค่าตลาดรวมกันมากกว่า 50% ของตลาดเครื่องดื่มรวม โดยน้ำอัดลมมีมูลค่าตลาดประมาณ 4 หมื่นล้านบาท ชูกำลัง 2 หมื่นล้านบาท ชาเขียวพร้อมดื่ม 1.2 หมื่นล้านบาท และเกลือแร่ 1 หมื่นล้านบาท หากแยกเป็นรายกลุ่มพบว่าช่วงต้นปีนี้ชาเขียวโตได้มากสุดในอัตรา 30% ส่วนอีก 3 กลุ่ม โตในอัตรามากกว่า 10% โดยการแข่งขันที่มากขึ้นในกลุ่มน้ำอัดลมจากการที่เอสเข้าตลาด ชูกำลังและเกลือแร่ จากการที่แรงเยอร์กลับเข้ามาทำตลาดใหม่อีกครั้งโดยบริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน) ซึ่งในปีนี้จะเห็นการเติบโตได้อย่างมีนัยยะสำคัญอีกเช่นกันหลังสิงห์คอร์ปอ เรชั่น เปิดตัวเครื่องดื่มเกลือแร่แบรนด์ซัลโว

นายชนินทร์ เทียนเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอเบฟเวอเรจ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มซอรัส และซีแซท วิธ ซิงค์ ในกลุ่มให้คุณประโยชน์หรือฟังก์ชั่นนอลดริ๊งค์ กล่าวว่า ปีนี้จะเป็นอีกปีที่ตลาดเครื่องดื่มเติบโตได้ดีไม่ต่ำกว่า 15% หลังจากช่วง 2 ปีก่อนหน้ามีอัตราการเติบโตอยู่ที่ประมาณ 11-14% ส่งผลให้ปีที่ผ่านมามีมูลค่าการตลาดรวมประมาณ 1.5 แสนล้านบาท จากการผลักดันของการบริโภคเครื่องดื่มสำหรับหน้าร้อน 4 กลุ่มหลัก คือ น้ำอัดลม ชูกำลัง ชาเขียวพร้อมดื่ม และเครื่องดื่มประเภทเกลือแร่ เนื่องจากอากาศร้อนและภาวะการแข่งขันเพิ่มขึ้นผลจากที่มีผู้ประกอบการราย ใหม่เข้าตลาด รวมทั้งโปรโมชั่นกระตุ้นยอดขาย

นายชนินทร์กล่าวว่า นอกจากนี้กลุ่มฟังก์ชั่นนอลดริ้งยังมีอีกตลาดที่มีแนวโน้มเติบโตได้ดีคือ กลุ่มฟังก์ชั่นนอลดริ้งค์ ซึ่งมีมูลค่าราว 3 พันล้านบาท โตได้ดีในกลุ่มเครื่องดื่มประเภทช็อต มากกว่าเครื่องดื่มประเภทขวด ซึ่งปีที่ผ่านมาโต 30% และปัจจุบันผู้ประกอบการรายใหม่ๆ เข้าสู่ตลาดต่อเนื่อง ทั้งนี้ เมื่อปลายเดือนภุมภาพันธ์บริษัทได้ออกสินค้าใหม่ภายใต้ชื่อ ?ด๊อกเตอร์ มายด์เซ็น” เป็นเครื่องดื่มผสมวิตามินรูปแบบใหม่ ช่วยคลายเครียดเจาะกลุ่มตลาดผู้หญิง วัยทำงาน ด้วยงบในการทำตลาด 20 ล้านบาท และมีแผนเปิดตัวเพิ่มอีก 3 แบรนด์ โดยเป็นเครื่องดื่มสำหรับเด็กเปิดตัวเดือนพฤษภาคม และอีก 2 แบรนด์เปิดตัวในช่วงครึ่งปีหลัง