Archive for the ‘วิเคราะห์หุ้น’ tag

เงินตรากับคาสิโน   no comments

ผล การศึกษา เชิง แรก ในอเมริกาเหนือ ในเรื่องความปลอดภัย และระยะยาวประสิทธิผลของการรักษา ayahuasca เพื่อ ติดยาเสพติด และการพึ่งพาถูกตีพิมพ์ใน มิถุนายน 2013 ในวารสาร รีวิว ปัจจุบัน ยาเสพติด ทั้ง หมด ของผู้เข้าร่วม ใน การศึกษารายงานการ เปลี่ยนแปลงในเชิงบวก และยั่งยืน และการศึกษา ที่พบ การปรับปรุง อย่างมีนัยสำคัญ “สำหรับการคาสิโน ชั่ง การประเมิน hopefulness เสริมสร้างพลังอำนาจ สติ และคุณภาพของ ชีวิต และ ความหมาย subscales มุมมอง การใช้ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่ตนเองรายงาน ยาสูบและ โคเคน ลดลง แม้ว่า กัญชา และ ยาเสพติด ใช้งาน ไม่ได้ . “รายงาน การลดการใช้ โคเคน ที่มีปัญหา นั้นยังมี นัยสำคัญทางสถิติ

DMTยา เสพติด ( diemethyltryptamine ) ซึ่งเป็นสาเหตุของคาสิโน ประสบการณ์ ประสาทหลอน ถูกสร้างขึ้นจาก สารเคมีที่เกิดขึ้น อยู่แล้ว ในร่างกายมนุษย์ endogenously (เช่นเดียวกับ จำนวน ของพืช) ซึ่งหมายความว่า สมองของเรา มีการตั้งค่า ตามธรรมชาติ ขึ้น ในการประมวลผล ยาเสพติดเพราะมันมี ตัวรับ ที่มีอยู่ โดยเฉพาะ ที่จะทำ กัญชา เป็นอีกหนึ่ง ยาเสพติด ที่ผิดกฎหมายที่ occursendogenously

วิจัยบางอย่าง บนพื้นฐานของประสบการณ์ ใกล้ตาย ชี้ไปที่ ความจริงที่ว่า สมองออก DMT ในระหว่าง การตาย นักวิจัยบางคน ยัง มีการ คาดคะเน ว่า DMT ถูกปล่อยออก ในระหว่าง ประสบการณ์ ที่รุนแรง อื่น ๆ รวมถึง การสำเร็จความใคร่

จิตแพทย์ ชาวสวิส ปีเตอร์ Gasser และเพื่อนร่วมงาน ของเขาคาสิโน ดำเนินการคาสิโน ศึกษา placebo-controlled double-blind, การสนับสนุนจาก ที่ไม่แสวงหากำไร วิชา สมาคมเพื่อการ ศึกษาประสาทหลอน ( แผนที่ ) พวกเขา ติดตาม 12 คนที่ ใกล้ถึงจุดสิ้นสุด ของชีวิต ที่พวกเขา เข้าร่วม LSD ช่วย ฝึก จิตบำบัด ใน รายงานของเขา Gasser สรุปว่า ความวิตกกังวลเรื่อง การศึกษา ” ลงไป และพัก ลง . “

ราคาเงินเฟ้อยังคงเพิ่มมากขึ้น   no comments

 

นายชัยฤทธิ์ วศินสมบัติ นายกสมาคมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์คอนกรีตไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า แนวโน้มความต้องการใช้วัสดุก่อสร้างสำหรับโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐและการลงทุนพัฒนาโครงการของผู้ประกอบการเอกชนในช่วงที่ผ่านมา ทำให้สินค้าวัสดุหลักอย่างน้อย 4 รายการ นำโดยปูนซีเมนต์ ลวดอัดแรง หิน ทราย ทยอยขอปรับราคา โดยปรับขึ้นราคาไปแล้วประมาณ 10%

ปูนซีเมนต์จุดพลุขึ้นราคา

เริ่มจากสินค้าปูนซีเมนต์เป็นตัวจุดประกาย โดยทางผู้ผลิตเกือบทุกรายได้ขอปรับราคาขายเพิ่มรอบแรกเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา จากราคา 2,000 บาท/ตัน เพิ่ม 200 บาทเป็น 2,200 บาท/ตัน และจะขอปรับราคาอีกรอบในเดือนพฤษภาคมนี้ โดยจะเพิ่มอีก 200 บาท/ตัน ถ้าหากปรับได้ตามที่แจ้งมาเท่ากับปูนซีเมนต์จะมีราคา 2,400 บาท/ตัน

“ปูนเป็นสินค้าควบคุม แต่ราคาเพดานของกรมการค้าภายในตันละ 2,590 บาท ทุกวันนี้ยังต่ำกว่าราคาควบคุม ดังนั้นวิธีการขึ้นราคาปูนก็คือดึงส่วนลดที่ให้เอเย่นต์กลับคืนไป ทำให้ราคาขยับเข้าไปใกล้ราคาควบคุมมากขึ้น”

นายชัยฤทธิ์กล่าวว่า ผลกระทบจากปูนขึ้นราคา ทำให้วัสดุก่อสร้างเกี่ยวเนื่องอื่น ๆ อีก 3 รายการทยอยปรับราคาตาม ได้แก่

1) ลวดอัดแรง เพิ่มจาก 32,000 บาท/ตันเป็น 33,000 บาท/ตัน เนื่องจากปัจจุบันมีผู้ผลิตเพียงรายเดียวในประเทศไทย ทำให้สินค้ามีไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด

ลวด-หิน-ทรายขยับตาม

2) หิน วัตถุดิบในกระบวนการผลิตคอนกรีตและเสาเข็มเริ่มขาดแคลนอย่างหนัก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะดีมานด์สูงแต่โรงโม่เริ่มผลิตไม่ทัน ปัจจุบันราคาขายเพิ่มขึ้น 10-15% แล้วแต่ช่วง โดยราคาขายเพิ่มขึ้นจากตันละ 220 บาท เป็น 250 บาท

3) ทราย เริ่มขาดแคลนตั้งแต่น้ำท่วมปลายปี 2554 เป็นต้นมา ทำให้ผู้ขายปรับราคาขึ้นจาก 200 บาท/ตัน เป็น 220 บาท/ตัน

“สถานการณ์วัสดุก่อสร้างในขณะนี้คือดีมานด์ซัพพลายไม่สมดุล ทำให้ผู้ผลิตถือโอกาสปรับราคาเพิ่ม และกระทบต่อธุรกิจปลายน้ำคือรับเหมาก่อสร้าง ทำให้ต้นทุนเพิ่มอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะต้องเผชิญกับปัญหาวัสดุก่อสร้างขาดแคลนและมีราคาแพง”

นายชัยฤทธ์กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับคอนกรีตผสมและเสาเข็ม เมื่อต้นทุนสูงขึ้นจึงจำเป็นต้องปรับราคาเพิ่มสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงในรูปแบบการดึงส่วนลดจากลูกค้าคืนเช่นกัน โดยธุรกิจคอนกรีตผสมเสร็จมีการดึงส่วนลดกลับประมาณ 10% จากที่เคยให้ส่วนลด 30-50% ของราคาตั้งขาย ขณะที่ธุรกิจเสาเข็มมีการดึงส่วนลดกลับ 10-15%

เอเย่นต์แบยอดขายลดลง

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ กรรมการผู้จัดการบริษัทในเครือวงษ์พิทักษ์ ตัวแทนจำหน่ายปูนตราลูกโลก และวัสดุก่อสร้างรายใหญ่ในภาคตะวันตก 8 จังหวัด กล่าวว่า เมื่อวันที่ 5 เมษายนที่ผ่านมา ผู้ผลิตปูนซีเมนต์เกือบทุกรายได้แจ้งซัพพลาย เออร์ขอดึงส่วนลดราคาขายหน้าโรงงานเพิ่มเป็น 200 บาท/ตัน และจะขอปรับราคาอีกภายในเดือนพฤษภาคมนี้ 200 บาท/ตัน หรือ 10 บาท/ถุง แต่การดึงส่วนลดในครั้งที่ 2 ยังไม่สามารถทำได้ เนื่องจากการขึ้นราคารอบแรกทำให้ยอดขายตกลงมา หากขึ้นอีกระลอกเชื่อว่าจะทำให้ผู้บริโภคไม่สามารถรับไหวอย่างแน่นอน

นายอัครเดชกล่าวด้วยว่า ยอดจำหน่ายปูนถุงหรือปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ในช่วงที่ผ่านมาลดลง 10-15% เป็นผลมาจากผู้รับเหมาและผู้บริโภคนิยมหันไปใช้คอนกรีตผสมเสร็จเพิ่มมากขึ้น เพื่อแก้ปัญหาแรงงานขาดแคลน ส่งผลให้ตลาดคอนกรีตผสมเสร็จเติบโตไม่ต่ำกว่า 30% ในขณะนี้

ราคาเหล็กยังไม่ฟื้นตัว

ด้านนายเสนอ ตระกูลสุข กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตระกูลสุขค้าวัสดุก่อสร้าง จำกัด เอเย่นต์รายใหญ่ย่านกรุงเทพฯ ตะวันออก กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงสถานการณ์เหล็กเส้นในขณะนี้ว่า ราคาโดยรวมถือว่าไม่ได้ฟื้นตัวตามวัสดุประเภทอื่น ๆ ตรงกันข้าม มีความเป็นไปได้สูงที่ราคาขายในประเทศจะปรับตัวลดลงได้อีก จากราคาเหล็กเส้นมาตรฐาน 19,500 บาท/ตัน ลดลงจากช่วงต้นปี 500 บาท จากเดิมที่มีราคาขาย 21,000 บาท/ตัน

คาดว่ามาจากหลายปัจจัย 1) ความต้องการใช้เหล็กในตลาดโลกยังทรงตัว 2) เงินบาทแข็งค่า เป็นตัวกดดันไม่ให้สามารถปรับราคาขายขึ้นได้ เพราะบริษัทผู้รับเหมาชะลอการสั่งซื้อเนื่องจากมองว่าราคาเหล็กโดยรวมน่าจะปรับตัวลดลงอีก

“งานก่อสร้างในประเทศเยอะมาก แต่ราคาเหล็กไม่ขยับเลย ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาถือเป็นช่วงตกต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์วงการเหล็กก่อสร้างไทย ต้องประเมินสถานการณ์อีกครั้งในช่วงเดือนมิถุนายน”

นายเสนอกล่าวเพิ่มเติมว่า ตัวแปรที่อาจจะส่งผลกระทบต่อวงการเหล็กในประเทศคือการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) เพราะจะทำให้สินค้าจากมาเลเซียและอินโดนีเซียเข้ามาตีตลาดในประเทศ ขณะเดียวกันเวียดนามเองก็กำลังมีการก่อสร้างโรงงานถลุงเหล็กขนาดใหญ่ นอกจากนี้ทาง สปป.ลาวอยู่ระหว่างศึกษาเปิดโรงงานถลุงแร่เหล็กและถ่านหินโดยเป็นการลงทุนจากจีนอีกด้วย

การจัดตั้งกองทุนน้ำ   no comments

รศ.ดร.อภิชาต กล่าวว่า การจัดตั้งศูนย์บูรณาการด้านข้อมูลเรื่องน้ำ มีอยู่ในงบประมาณ 3.5 แสนล้านแล้ว ที่เรียกว่า A6 B4 วงเงิน 4 พันล้าน เพื่อนำไปพัฒนาเครือข่ายข้อมูล ระบบข้อมูล ,และศูนย์บัญชาการ แต่เราไม่ได้รวบยอดมาคุมคนเดียว แต่พัฒนาเครือข่ายให้เชื่อมได้ วิธีการสั่งการยามปกติหน่วยงานที่รับผิดชอบก็ทำไป เฉพาะยามวิกฤติสามารถดึงข้อมูล การสั่งการเปิดปิดประตูมาในเซ็นเตอร์ได้ โดยจะทำเฉพาะประเทศไทย เพื่อเชื่อมโยงครบ 25 ลุ่มน้ำไทยก่อน แต่พรุ่งนี้จะพูดเรื่องความร่วมมือระหว่างภูมิภาค ซึ่งการประชุมครั้งนี้มีหลายหน่วยงานสนใจว่าประเทศไทยเป็นจุดศูนย์กลางการ แลกเปลี่ยนได้หรือไม่ ซึ่งไทนพร้อมและยินดีที่จะทำในฐานะประธานคณะทำงานด้านสารัตถะ ในการประชุมผู้นำด้านน้ำแห่งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ครั้งที่ 2 กล่าวว่า ในการประชุมด้านน้ำฯ ครั้งนี้ ไทยมีการจัดทำปฏิญญาเชียงใหม่ไว้ และคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบแล้ว ซึ่งในวันที่ 20 พฤษภาคมนี้ เมื่อการประชุมผู้นำฯ เสร็จสิ้นลง จะมีการอ่านปฏิญญาเชียงใหม่ ซึ่งชัดเจนว่าจะมีการส่งเสริมความร่วมมือมีเครือข่ายร่วมกัน ถ้าเป็นไปตามความคาดเดา รัฐบาลไทยอาจประกาศตั้งกองทุน และเสนอตัวเองเป็นศูนย์สำหรับเป็นตัวประสานงานในเรื่องพัฒนาด้านน้ำ เป็นเครือข่ายข้อมูล

“เบื้องต้นอาจมีเม็ดเงินนำร่อง 10 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ ผมลองเสนอแนวคิดไปคร่าว ๆ เพราะมีผู้นำประเทศมากันเยอะ เบื้องต้นไทยควรแสดงตัวเป็นเจ้าภาพลงเงินไปก่อน 1 ล้านเหรียญ และมีการลงขันกันคนละ 1 ล้าน เพราะมีประเทศพัฒนาแล้วมากันเยอะ แต่ละประเทศลงขันกันคนละ 1 ล้าน ก็ได้ครบ 10 ล้านเหรียญฯ ซึ่งไทยจะมีองค์กร บุคลากร และสถานที่ สิ่งสำคัญคือในปี 2015 ไทย มี AEC ไทยควรวางตัวว่าจะมีบทบาทเรื่องใดบ้าง ในฐานะที่เราจัดเรื่องน้ำเรื่องนี้ และได้รับความสนใจมาก ก็ควรเสนอตัวคล้ายๆ เป็นศูนย์ประสานงานเรื่องน้ำ เมื่อไทยเริ่มก็ควรเป็นประธาน และหุ้นส่วนก็ควรมีคณะกรรมการมาดูแล และไทยเป็นตัวประสานงาน”

ค่าบาทระดับในระดับเหมาะสม   no comments

“เราไม่ได้ออกมาเรียกร้องให้มีการลดดอกเบี้ย หรือออกมาตรการใด ๆ และไม่ได้พูดถึง แต่ ธปท.ยืนยันมีเครื่องมือหลายอย่างที่พร้อมใช้ดูแลค่าเงินบาท ซึ่งดอกเบี้ยนโยบาย หรือมาตรการที่ทำให้เงินไหลเข้า-ออกช้าลง จนถึงมาตรการระงับการไหลเข้าของเงินทุนก็ล้วนเป็นเครื่องมือหนึ่งในการดูแล แต่หากถามว่าจำเป็นต้องลดดอกเบี้ยเพื่อดูแลค่าเงินบาทหรือไม่ คงขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 29 พ.ค.นี้ เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่หน้าที่ของเรา เชื่อว่า ธปท.ดูแลใกล้ชิดอยู่แล้ว”

ขณะเดียวกัน การเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยนที่ระดับ 29.00-30.00 บาท/ดอลลาร์ ถือเป็นระดับอัตราแลกเปลี่ยนที่เหมาะสม และมีความใกล้เคียงกับสิงคโปร์และมาเลเซียที่แข็งค่า 2.8-2.9%

 

หอการค้าดอดพบผู้ว่า ธปท.หารือมาตรการดูแลผู้ส่งออก แนะ ธปท.ดูแลค่าบาทให้เคลื่อนไหวมีศักยภาพไม่ผันผวน ใกล้เคียงภูมิภาค พร้อมหาวิธีนำเงินสกุลท้องถิ่นมาใช้ในการค้าชายแดนกับเพื่อนบ้านไม่จำเป็น ต้องแลกเป็นดอลลาร์

นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยภายหลังเข้าพบนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ว่า ทางหอการค้าไทยอยากเห็นค่าเงินเคลื่อนไหวอย่างมีเสถียรภาพ ไม่ผันผวนมากเกินไป และอยู่ในระดับใกล้เคียงกับประเทศคู่แข่ง ทำให้เอกชนแข่งขันได้

นอกจากนี้ อยากให้ ธปท.หาวิธีการนำเงินสกุลท้องถิ่นมาใช้ในการค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้านโดย ตรง ไม่ต้องแลกเป็นดอลลาร์สหรัฐก่อนเหมือนในปัจจุบัน ส่วนการส่งออกปีนี้จะทำได้ตามที่รัฐบาลตั้งเป้าหมายไว้ 8-9% หรือไม่ ต้องขอติดตามดูตัวเลขไตรมาส 2/2556 ก่อน

 

ชาวบ้านฮือการเวนคืนที่ดิน   no comments

สารพัดเหตุผลงบฯบาน

นาย ยงสิทธิ์ โรจน์ศรีกุล ผู้ว่าการ รฟม. เปิดเผยว่า ขณะนี้ รฟม.รอกระทรวงคมนาคมนำโครงการนี้เสนอให้ที่ประชุม ครม.พิจารณา คาดว่าเร็ว ๆ นี้ โดย รฟม.ทำรายละเอียดชี้แจงข้อสงสัยต่าง ๆ ไปหมดแล้ว เนื่องจากวงเงินลงทุนเพิ่มขึ้นจากกว่า 40,000 ล้านบาท เป็นกว่า 58,590 ล้านบาท ประกอบด้วยค่าเวนคืนที่ดินเพิ่มขึ้น เนื่องจากกรมธนารักษ์ปรับราคาประเมินใหม่ กับมีการย้ายจุดสร้างเดโป้ ทำให้ค่าเวนคืนเพิ่มขึ้น

ส่วนค่าก่อสร้างก็เพิ่มขึ้นเนื่องจากราคา เดิมประเมินไว้เมื่อหลายปีก่อน ปัจจุบันมีหลายปัจจัยที่ส่งผลให้ราคาก่อสร้างเพิ่มขึ้น ทั้งราคาวัสดุก่อสร้างปรับตัวสูงขึ้นมาก ยังมีค่ารื้อย้ายงานก่อสร้างสะพานข้ามแยกรัชโยธินจากแนวถนนรัชดาภิเษกมาอยู่ แนวถนนพหลโยธินแทน และมีโครงสร้างรถไฟฟ้าอยู่ข้างบน พร้อมก่อสร้างทางลอดใหม่บนแนวถนนรัชดาภิเษก

นอกจากนี้มีการปรับลด ระยะทางของสะพานข้ามแยกเกษตรและแยกเสนาด้วย เพื่อให้สร้างสถานีรถไฟฟ้าได้ ทั้งนี้ได้หารือร่วมกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และพร้อมจะดำเนินการได้ทันทีหลังจากที่ได้ตัวผู้รับเหมาก่อสร้าง

วางแผนเริ่มเวนคืนปีนี้

นาย ยงสิทธิ์กล่าวอีกว่า สำหรับรถไฟฟ้าสายสีเขียวช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต วงเงินลงทุนอยู่ใน พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท มีวงเงินลงทุนทั้งโครงการ 58,590 ล้านบาท แยกเป็นค่าจ้างที่ปรึกษา 1,703 ล้านบาท ค่าเวนคืนที่ดิน 7,606 ล้านบาท โดยคาดว่าจะมีผู้ถูกเวนคืนประมาณ 200 กว่าราย ค่าก่อสร้าง 29,225 ล้านบาท และค่างานระบบรถไฟฟ้า 20,055 ล้านบาท

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ได้นำร่างพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดินแนวโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยายช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ระยะทางประมาณ 19 กิโลเมตร เสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติออกประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) มีอำนาจเข้าไปสำรวจพื้นที่ สำรวจผู้ถูกเวนคืนที่ดินโดยเร็ว

ล่า สุดมอบหมายให้ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) พิจารณารายละเอียดโครงการตามที่ รฟม.เสนอวงเงินลงทุนมา เนื่องจากมีค่าก่อสร้างและเวนคืนที่ดินเพิ่มขึ้นหลังมีการปรับเปลี่ยนจุดที่ ตั้งศูนย์ซ่อมบำรุง (เดโป้) มาอยู่ถนนลำลูกกาคลอง 2 เบื้องต้นทราบว่า รฟม.เสนอค่าเวนคืนเพิ่มขึ้นจากเดิมกว่า 2,000 ล้านบาท เพิ่มเป็นกว่า 7,000 ล้านบาท

“ก่อนเสนอ ครม.อนุมัติ จะต้องมีข้อมูลรายละเอียดให้ครบถ้วนมาชี้แจงให้ที่ประชุมฟังว่าทำไมวงเงินถึงเพิ่มขึ้น” นายชัชชาติกล่าว

 

ตามแผนงานจะเริ่มกระบวนการเวนคืนที่ดินปลายปีนี้ เปิดประมูลปลายปี 2556 เริ่มสร้างกลางปี 2557 เปิดบริการกลาง

ปี 2561 จัดหาระบบรถไฟฟ้าประมาณปี 2557 โดยโครงการจะเริ่มใช้เงินกู้ตาม พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ตั้งแต่ปี 2557-2561

นาย ยงสิทธิ์กล่าวอีกว่า สำหรับการเปิดประมูลงานโยธา วงเงิน 29,225 ล้านบาท แยกออกเป็น 4 สัญญา มีงานโยธา 2 สัญญาคือ ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่ (รวมรื้อสะพานข้ามแยก 3 แห่ง) ระยะทาง 11.4 กิโลเมตร วงเงินกว่า 12,000 ล้านบาท และช่วงสะพานใหม่-คูคต ระยะทาง 7 กิโลเมตร วงเงินประมาณ 6,000-7,000 ล้านบาท งานระบบ 1 สัญญา และศูนย์ซ่อมบำรุง (เดโป้) 1 สัญญา

เปิดแนวเส้นทาง +16 สถานี

สำหรับ แนวเส้นทางโครงการจะก่อสร้างเป็นโครงสร้างยกระดับตลอดเส้นทาง มีจุดเริ่มต้นจากจุดเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าบีทีเอสที่สถานีหมอชิต วิ่งตรงไปตามแนวถนนพหลโยธิน ข้ามทางยกระดับดอนเมืองโทลล์เวย์บริเวณห้าแยกลาดพร้าว ผ่านแยกรัชโยธิน แยก ม.เกษตรศาสตร์

จากนั้นตรงไปจนถึงพหลโยธินซอย 66 แนวเส้นทางจะเบี่ยงออกไปด้านซ้ายไปจนถึงอนุสาวรีย์หลักสี่ จากนั้นถึงจะกลับมาอยู่บนเกาะกลางถนนพหลโยธิน จนสิ้นสุดเขตกองทัพอากาศ แล้วเลี้ยวขวาตัดเข้าถนนลำลูกกา และมาสุดปลายทางที่คูคต บริเวณลำลูกกาคลอง 2

มี 16 สถานี ประกอบด้วย สถานีห้าแยกลาดพร้าว สถานีพหลโยธิน 24 สถานีรัชโยธิน สถานีเสนานิคม สถานีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สถานีกรมป่าไม้ สถานีบางบัว สถานีกรมทหารราบที่ 11 สถานีวัดพระศรีมหาธาตุ สถานีอนุสาวรีย์หลักสี่ สถานีสายหยุด สถานีสะพานใหม่ สถานีโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช สถานีพิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ สถานี กม.25 และสถานีคูคต

GDP เติบโตปลายปีนี้   no comments

 

นางสาวสุรีย์ภรณ์ อุดมผลวณิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีเอสแอล ออโต้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์นำเข้าอิสระจากต่างประเทศเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า รายละเอียดต่าง ๆ ยังไม่ชัดเจน ในแง่ปฏิบัติเจ้าหน้าที่รัฐยังไม่มีข้อมูลในการตรวจสอบที่ชัดเจน ทางกระทรวงจึงควรประสานงานและให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติงานที่จะ ช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการโดยเฉพาะข้อสรุปในการเรียกตรวจรถบางส่วน ที่นำเข้ามาหลังวันที่ 30 พฤศจิกายน 2555 ถึงวันที่ 15 พฤษภาคม 2556 กว่า 2,000 คันและยังไม่ได้จดทะเบียนซึ่งได้ส่งมอบให้ลูกค้าไปแล้วว่าจะมีขั้นตอนการ เรียกรถมาตรวจสอบอย่างไร

 

ที่ผ่านมาผู้ประกอบการนำรถเข้าไปตรวจสอบ ใช้เวลาตรวจและจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 45 วัน แม้การตรวจค่าไอเสียทำได้เร็วขึ้นจริง แต่เอกสารที่ใช้ประกอบในการจดทะเบียนต้องรอนานเกินไป

 

ปกติรถนำเข้าจาก ต่างประเทศผ่านการตรวจสอบโดยหน่วยงานต่าง ประเทศที่มีมาตรฐานสูงยืนยันอยู่แล้วจึงเกิดคำถามว่าการตรวจค่าไอเสียนั้น เป็นสิ่งจำเป็นมากน้อยแค่ไหน

 

ผลกระทบจากรัฐบาลเข้มงวดกับบรรดาผู้นำเข้ารถยนต์อิสระ ตั้งแต่ปรับวิธีคำนวณภาษีใหม่ ทำให้รถแต่ละคันมีต้นทุนภาษีสูงขึ้น และใช้มาตรการคุมเข้มจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมบังคับเกณฑ์การปล่อยไอเสีย หากไม่ผ่านไม่อนุญาตให้จดทะเบียน ส่งผลให้ช่วง 3 เดือนที่ผ่านมามีรถนำเข้าค้างอยู่ที่ท่าเรือกว่า 2,000 คัน กระทบธุรกิจรถยนต์นำเข้าเป็นหมื่นล้านบาท

จนล่าสุดสมาคมผู้นำเข้าและ จำหน่ายรถยนต์ใหม่ได้ยื่นข้อเรียกร้องไปยังกระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวง อุตสาหกรรมเห็นชอบให้แก้ไขระเบียบด้วยการร่นระยะเวลาการตรวจสอบตั้งแต่รถมา ถึงที่ท่าเรือ การตรวจมาตรฐานไอเสียโดยสถาบันยานยนต์ จนถึงการจดทะเบียนรถยนต์จากกรมการขนส่งทางบก จากเดิมที่ใช้เวลาประมาณ 90 วัน ให้ลดเหลือเพียง 10 วัน

พร้อมทั้งปรับค่าใช้จ่ายในการทดสอบค่าไอเสีย สำหรับรถยนต์เบนซินจากเดิมคันละ 120,000 บาท เหลือ 44,000 บาท ส่วนเครื่องยนต์ดีเซลยังคงอัตราเดิม 40,000 บาท เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้นำเข้า

แต่เกณฑ์ที่ผ่อนปรนนี้ บรรดาผู้นำเข้ารถยนต์อิสระหลายรายก็ยังมองว่า ยังมีอีกหลายประเด็นที่ยังไม่ชัดเจนและไม่เห็นผลในทางปฏิบัติ

 

“เรามองว่าการจะออกกฎหมายจะต้องบังคับใช้ได้จริงและมีผลทันทีเราเป็นห่วงไม่ใช่แค่การจดทะเบียน แต่ขั้นตอนการตัดสินใจการบังคับใช้กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ของรัฐ ควรทำได้ทันทีเพราะการรอความชัดเจนนานถึง 3 เดือนส่งผลกระทบต่อธุรกิจอย่างมาก อนาคตประเทศไทยจะเข้าร่วมประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน การดำเนินงานทั้งภาครัฐและเอกชนจะต้องรวดเร็วเพื่อเพิ่มโอกาสในการแข่งขัน”

เช่นเดียวกับนางสาวชลลธรศรีรัตนประภาส กรรมการบริหาร บริษัท เบนซ์ รามคำแหง กรุ๊ป จำกัด หรือบีอาร์จี ผู้นำเข้าและจำหน่ายรถยนต์อิสระ เปิดเผยว่า เป็นเรื่องดีที่รัฐผ่อนเกณฑ์ แต่ที่ผ่านมาการตรวจสอบล่าช้ามาก เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติงานยังขาดความรู้ความเข้าใจเรื่องกฎเกณฑ์ใหม่

และสถาบันยานยนต์ระบุว่าสามารถตรวจสอบรถได้แค่ 8 วันต่อคัน ถือว่าน้อยเกินไปเมื่อเทียบกับจำนวนรถที่รอการจดทะเบียนจำนวนมาก จึงน่าจะมีการเพิ่มสถานที่ในการตรวจและเพิ่มเจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญมาดำเนินงาน เพื่อให้ขั้นตอนการตรวจสอบ การจดทะเบียนรวดเร็วขึ้น

ขณะที่นายพิตินันทน์ กฤษดาธานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.เค คาร์ พลาซ่า จำกัด กล่าวว่า ที่ผ่านมาปัญหาจดทะเบียนไม่ได้ทำให้ลูกค้ารถนำเข้าลดน้อยลง แต่สำหรับบริษัทนั้นถือว่าไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เนื่องจากลูกค้ายังมีความเชื่อมั่น เพราะในสัญญาซื้อขายรถยนต์นั้นระบุว่ารถยนต์ทุกคันที่ซื้อจากบริษัทจะต้องได้รับการจดทะเบียนอย่างถูกต้อง ถือเป็นการรับประกันที่ทำให้ลูกค้ามีความมั่นใจ ทั้งนี้เมื่อกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ชัดเจนแล้ว ก็น่าจะทำให้ผู้ประกอบการรถนำเข้าสามารถดำเนินธุรกิจต่อได้

แหล่งข่าวจากสมาคมผู้นำเข้าและจำหน่ายรถยนต์กล่าวเพิ่มเติมว่า ประเด็นการผ่อนปรนของกระทรวงอุตฯ โดยปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมออกมาระบุเองนั้น ทางสมาคมยังไม่แน่ใจ เพราะอำนาจสูงสุดเรื่องนี้คือ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรม (สมอ.) ซึ่งที่ผ่านมา สมอ.เปลี่ยนแปลงเลขาธิการบ่อยมาก คนที่แล้วมาอยู่ไม่ถึง 3 เดือน ก็มีการโยกย้ายเปลี่ยนแปลง

ส่วนเรื่องการตรวจสอบค่าไอเสีย แม้จะลดราคาลง แต่หากต้องทำ 3-4 ครั้งกว่าจะผ่าน ต้นทุนก็เพิ่มอยู่ดี เท่ากับไม่ได้สิทธิ์นั้น ๆ ในขณะที่รถขับเคลื่อน 4 ล้อ จนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีเครื่องมือตรวจสอบ ซึ่งส่วนใหญ่รถนำเข้าทุกคันจะมีใบกำกับการตรวจสอบมาตรฐานไอเสียจากต่างประเทศ ซึ่งน่าจะใช้ทดแทนได้เพราะมาตรฐานจากต่างประเทศสูงกว่าบ้านเราด้วยซ้ำ

แหล่งข่าวกล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งที่สมาคมจะต้องเร่งผลักดันยังมีอีกหลายเรื่อง ทั้งความรวดเร็ว ซึ่งวันนี้รถที่ตรวจผ่านยังต้องรอใบอนุญาตเพื่อใช้จดทะเบียน และการตรวจนั้นรถรุ่นเดียวกัน สเป็กเดียวกัน ตรวจคันเดียวสามารถครอบคลุมทุกคันหรือไม่ เพราะถ้าไม่เป็นตามนั้น จำนวนรถนำเข้าที่มีจำนวนมากมาย ต้องนำมาตรวจทุกคัน สถาบันยานยนต์ สมอ. คงรองรับไม่ไหวแน่นอน

อนึ่ง ก่อนหน้านี้ นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า คณะทำงานพิจารณาข้อปัญหาการนำเข้ารถยนต์ เห็นชอบแก้ไขกฎระเบียบการตรวจสอบและอนุญาตรถเกรย์มาร์เก็ต เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้นำเข้า ได้แก่ ร่นเวลาการตรวจสอบจากท่าเรือ จนถึงกระบวนการจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก จากเดิม 90 วันเหลือเพียงไม่เกิน 10 วัน ในกรณีที่มีเอกสารทุกอย่างครบ และสถาบันยานยนต์จะลดค่าใช้จ่ายการทดสอบค่ามลพิษ ซึ่งประกาศใช้ตั้งแต่วันที่ 17 พ.ค. 2556 เป็นต้นไป

การลงทุนในตลาดทองคำ   no comments

กลยุทธ์การลงทุน วายแอลจีมีมุมมองว่า ราคาทองคำยังมีการเคลื่อนไหวผันผวน คาดการณ์ว่าราคาทองคำพยายามรักษาระดับราคา โดยถ้าราคามีการปรับตัวลดลงและไม่หลุดแนวรับนักลงทุนยังสามารถเข้าซื้อทองคำ เพื่อลงทุนระยะสั้นจากการแกว่งตัวของราคาทองคำ ซึ่งคาดการณ์แนวรับที่ระดับราคา 1,450 หรือ 1,440 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยหากราคาทองคำสามารถยืนเหนือแนวรับได้ราคามีโอกาสขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ ระดับราคา 1,485 หรือ 1,496 ดอลลาร์ต่อออนซ์แต่หากราคาทองคำหลุดแนวรับ 1,440 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนะนำให้ชะลอการลงทุนเพื่อรอดูสถานการณ์

ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) มีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 0-0.1% ซึ่งเป็นไปตามการคาดการณ์ของตลาด พร้อมกับยืนยันว่าจะเดินหน้าโครงการเพิ่มฐานเงินที่อัตรา 60-70 ล้านล้านเยนต่อปีเพื่อเพิ่มปริมาณเงิน โดยธนาคารกลางญี่ปุ่นจะอัดฉีดเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในระยะเวลา 2 ปี ซึ่งมีเป้าหมายที่จะจัดการกับภาวะเงินฝืด อย่างไรแล้วราคาทองคำไม่ได้ขยับขึ้นรับข่าวดังกล่าวเนื่องจากผลการประชุม เป็นไปตามคาดการณ์ และราคาทองคำได้มีการปรับตัวขึ้นรับกระแสข่าวดังกล่าวไปแล้ว อย่างไรแล้ว ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นจากรัฐบาลซีเรียอาจใช้อาวุธเคมีกับกองกำลังฝ่ายตรง ข้าม อันเนื่องมาจากความขัดแย้งภายในประเทศ โดยทำเนียบรัฐบาลสหรัฐระบุว่า หน่วยข่าวกรองของสหรัฐประเมินด้วยความมั่นใจในระดับหนึ่งว่ารัฐบาลทหารของ ซีเรียใช้อาวุธเคมีครอบคลุมพื้นที่ขนาดเล็ก โดยเฉพาะสารเคมี Sarin ซึ่งความกังวลดังกล่าวทำให้นักลงทุนจับตาดูเสถียรภาพในอ่าวอาหรับ ทั้งนี้ราคาน้ำมันดับที่ปรับตัวสูงขึ้นได้รับแรงหนุนให้กับราคาทองคำ  ขณะที่ราคาทองคำกำลังเผชิญกับแรงขายทำกำไรเมื่อราคาขยับขึ้นทดสอบโวนแนวต้าน ที่ระดับ 1,485-1,504 โดยผู้ที่ซื้อทองคำที่ระดับราคาต่ำก่อนหน้านี้ อาจจะมีการขายทำกำไรออกมาส่งผลให้เมื่อราคาทองคำขยับขึ้นยังคงเห็นแรงขายใน ตลาดทองคำ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาราคาทองคำมีการแกว่งตัวเคลื่อนไหวผันผวน เบื้องต้นวายแอลจีประเมินว่า หากราคาทองคำยืนเหนือบริเวณ 1,450-1,440 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ราคาทองคำจะดีดตัวขึ้นไปทดสอบบริเวณ 1,485 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือ 1,496 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยยังเน้นกลยุทธ์การลงทุนในระยะสั้นและทำกำไรจากการแกว่งตัวหากราคาทองคำ สามารถยืนเหนือโซนแนวรับดังกล่าวได้มีโอกาสที่ราคาจะขึ้นทดสอบแนวต้านด้านบน แต่หากไม่สามารถยืนได้ราคาก็มีโอกาสอ่อนตัวลงทดสอบแนวรับบริเวณ 1,425 ดอลลาร์ต่อออนซ์

 

เงินบาทแข็งตัวใครได้ประโยชน์   no comments

วันที่ 19 มี.ค. 2556 อัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ยระหว่างเงินบาทกับดอลลาร์สหรัฐที่ธุรกิจและคนธรรมดาซื้อขายอยู่ที่ 29.5128

ถ้าเป็นอัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคาร 29.371 บาท/1 ดอลลาร์สหรัฐ

แข็งตัวขึ้นในชั่ว 2 เดือนครึ่ง 1.1 บาท หรือประมาณร้อยละ 3.6

และยังครองสถิติประเทศที่สกุลเงินแข็งขึ้นสูงสุดเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศในกลุ่มอาเซียนด้วยกัน

สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันกับดัชนีราคาตลาดหลักทรัพย์ ที่เพิ่มจาก 1,391.93 เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2556

มาเป็น 1,591.65 เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2556

เพิ่มขึ้น 200 จุด หรือร้อยละ 14.37 ในช่วงเวลา 2 เดือนครึ่ง

ทั้งค่าเงินบาทที่แข็งตัวอย่างรวดเร็ว และดัชนีตลาดหลักทรัพย์ที่พุ่งทะยาน เป็น “อาการ” ที่เห็นชัดเจนที่สุดของเงินทุนไหลเข้าจากต่างประเทศ

จากข้อมูลของ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ตามตารางประกอบ) ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาหนี้สินต่างประเทศของไทยเพิ่มขึ้นกว่า 50,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 1,500,000 ล้านบาท

แต่ในจำนวนนี้เป็นการเพิ่มขึ้นของหนี้สินในภาคธุรกิจที่กู้มาเพื่อลงทุน หรือขยายงานเพียงประมาณ 12,000 ล้านเหรียญ

ที่เหลืออีกเกือบ 40,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เกิดจากธนาคารพาณิชย์และนักค้าเงินต่างประเทศกู้ยืมหรือนำเข้ามา

เพื่อกินส่วนต่างทั้งจากอัตราแลกเปลี่ยน อัตราดอกเบี้ย และราคาทรัพย์สิน อาทิ หุ้นหรือที่ดิน

ตาม ตารางจะเห็นว่าหนี้สินในภาครัฐ คือทั้งของรัฐบาลและธนาคารแห่งประเทศไทยเพิ่มขึ้นรวมกันถึงประมาณ 20,000 ล้านเหรียญ หรือ 600,000 ล้านบาท

ทั้งที่รัฐบาลหรือธนาคารแห่งประเทศไทยไม่ได้ออกไปกู้เงินจากต่างประเทศ

แต่เป็นเพราะเมื่อมีนักลงทุนต่างประเทศเข้ามาซื้อพันธบัตร ตามบัญชีจะบันทึกว่าเป็น “หนี้สินต่างประเทศ”

หนี้สินต่างประเทศที่มาในรูปพันธบัตรนี้เพิ่มขึ้นในส่วนของรัฐบาลเกือบ 12,000 ล้านเหรียญ

และเพิ่มขึ้นในส่วนของธนาคารแห่งประเทศไทยเกือบ 8,000 ล้านเหรียญ

ขณะที่หนี้สินต่างประเทศของธนาคารพาณิชย์ที่เพิ่มขึ้นประมาณ 18,000 ล้านเหรียญ

เป็นหนี้ระยะยาวที่เพิ่มขึ้น 8,000 ล้านเหรียญ และหนี้ระยะสั้น 10,000 ล้านเหรียญ

วัตถุประสงค์ก็ไม่ได้แตกต่างจากนักลงทุนต่างประเทศแต่อย่างใด

คือนำเงินต้นทุนต่ำจากต่างประเทศเข้ามากินกำไรส่วนต่างในเมืองไทย

จึงไม่น่าแปลกใจที่ทำไมกำไรธนาคารพาณิชย์ทั้งหลายพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วในปีที่ผ่านมา

ในรายงานผลประกอบการในปี 2555 ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ธนาคารกรุงเทพ กำไรสุทธิ 33,021 ล้านบาท เทียบกับปี 2554 ที่กำไร 27,337 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5,684 ล้านบาท หรือร้อยละ 20.79

ธนาคารกสิกรไทย กำไรสุทธิ 35,260 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่กำไร 24,225 ล้านบาท หรือร้อยละ 45.55

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กำไร 14,625 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 57.87

ธนาคารทหารไทย กำไร 1,605 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนร้อยละ 59.97% จากการตั้งสำรองพิเศษเพิ่มขึ้นอีก 5 พันล้านบาท

ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย กำไร 1,580 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 20.06

ธนาคารทิสโก้ กำไร 3,705 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 13.44

ธนาคารไทยพาณิชย์ กำไรสุทธิ 40,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 28.9

ขณะที่กลุ่มธนาคารพาณิชย์มีกำไรเพิ่มขึ้นรวมกันหลายหมื่นล้านบาท

นักลงทุนต่างประเทศซึ่ง “เข้าฮอสสองต่อ” คือกำไรทั้งค่าเงิน และกำไรจากราคาหุ้นที่เพิ่มสูงขึ้น

จะกินส่วนต่างจากความเอื้ออารีของธนาคารแห่งประเทศไทยไปแล้วเท่าไหร่

การปล่อยให้เงินทุนระยะสั้นไหลเข้าอย่างเสรีโดยไม่จัดการอะไร หรือไม่มีมาตรการรองรับสกัดกั้น

ในอีกด้านก็คือการส่งเสริมให้เกิดการเก็งกำไรในภาคที่ไม่ได้ก่อให้เกิดการผลิตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ทุกนาทีที่ผ่านไป คือกำไรของธนาคารและนักค้าเงินต่างประเทศ

ตลาดหุ้นและการลงทุน   no comments

ตลาดหุ้นไทยพุ่งแรงต่จากวานนี้เหตุได้อานิสงส์ตช.พลิกกลับลำมาซื้อสุทธิ แถทภาพรวมตปท.ยังสดใสขานรับต่อเนื่องที่ FED ยันเดินหน้าทำ QE ต่อ หนุนแรงซื้อเข้าหุ้นสื่อสาร-แบงก์ ส่วนบ่ายมีลุ้นเดินหน้าบวกต่อหาดัชนีปรับตัวขึ้นไปแตะที่ระดับ 1,550 จุด ติด ปัจจัยศก.และการเมืองตปท.ให้แนวรับแรกไว้ที่ 1,540 จุด แนวรับถัด 1,535 จุด แนวต้านไว้ที่ 1,550 จุด

นายทวีรัชต์ มัททวีวงศ์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายค้าหลักทรัพย์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส กล่าวว่า ตลาดหุ้นวันที่ 1 มีนาคม ดัชนีตลาดหุ้นไทยในการซื้อขายภาคสามารถปรับตัวขึ้นต่อเนื่องจากวานนี้ที่ ดัชนีปรับตัวขึ้นค่อนข้างสูง และนักลงทุนต่างชาติได้กลับเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยโดยกลับมามียอดขายสุทธิ อีกครั้ง  รวมถึงภาพรวมของต่างประเทศที่ยังคงสดใสขานรับปัจจัยบวกต่อเนื่องหลังจากที่ ธนาคารกลางสหรัฐฯ(FED) อกมาระบุว่ามาตรการผ่านคลายเชิงปรัมาณ(QE) ยังมีความจำเป็นต้องดำเนินต่อไปเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเช้านี้หุ้นที่มีแรงซื้อค่อนข้างสูงเป็นหุ้นในกลุ่มสื่อสารและธนาคาร พาณิชย์